เอกสารไม่พร้อม

ก็อย่ายื่นวีซ่า

ให้เสี่ยงต่อการโดนปฏิเสธ!! และอัพเดทเงินค้ำประกันสำหรับการยื่นวีซ่าพ่อแม่

สวัสดีต้อนรับเดือนพฤษภาคมค่ะ…กลับมาพบกันเป็นประจำอีกครั้งกับ VisaTalk by CPSydney เผลอแป๊บเดียวลมหนาวก็กลับมาเยือนชาวซิดนีย์อย่างเราๆกันอีกครั้งแล้วนะคะ

 

เอกสารไม่พร้อม

ก็อย่ายื่นวีซ่าให้เสี่ยงต่อการโดนปฏิเสธ!!่

และอัพเดทเงินค้ำประกันสำหรับการยื่นวีซ่าพ่อแม่

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

สวัสดีต้อนรับเดือนพฤษภาคมค่ะ…กลับมาพบกันเป็นประจำอีกครั้งกับ VisaTalk by CPSydney เผลอแป๊บเดียวลมหนาวก็กลับมาเยือนชาวซิดนีย์อย่างเราๆกันอีกครั้งแล้วนะคะ ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วย ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยไปในช่วงนี้มันก็อาจจะหน่วงๆหน่อยค่ะ

 


 


ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา…ทาง CPSydney office มีคนเข้ามาปรึกษาเรื่องวีซ่ากับเรากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งตลอดเดือนเมษายนกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นวีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานตัวใหม่ (TSS482), partner visa, หรือแม้แต่กระทั่งวีซ่าท่องเที่ยวก็ยังมีให้เห็นกันประปราย แต่ เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องที่ต้องการคำปรึกษามากที่สุดในเดือนเมษายนที่ผ่านมากลับเป็นในเรื่องของ “วีซ่าถูกปฏิเสธ” ทั้ง partner visa, วีซ่าทำงาน, และวีซ่านักเรียน ครบทุกวีซ่าเลยค่ะในช่วงเดือนที่ผ่านมา และที่น่าแปลกใจไปกันใหญ่ก็คือหลายๆเคสที่โดนปฏิเสธเนี่ยะ อิมมิเกรชั่นยังไม่ได้เรียกขอเอกสารเพิ่มเติมเลยด้วยซ้ำ แต่อยู่ดีๆ ก็ถูกปฏิเสธ (refuse) ขึ้นมาซะอย่างนั้น (ทำความเข้าใจกันก่อนว่า ถูกปฏิเสธ หรือ refuse ไม่เหมือนกับ โดนยกเลิก หรือ cancel นะคะ) แต่เดชะบุญที่ฟ้ายังประทานหน่วยงานอย่าง Administrative Appeals Tribunal หรือ AAT ที่อนุญาตให้สามารถอุทธรณ์คำตัดสินของอิมมิเกรชั่นได้ค่ะ

 


 

โดยกว่าจะไปถึงขั้นตอนสุดท้ายของการทำ AAT นั้น มันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ทางหน่วยงานเขาเรียกเก็บ ซึ่งสนนราคาของ AAT Application Fee ในปัจจุบันก็จะตกอยู่ที่ AUD$1,731 ก็ถือได้ว่าแพงประมาณหนึ่งเหมือนกัน ทำให้บางคนตัดสินใจยอมแพ้กลับบ้านไปก็มีให้เห็นกันพอประมาณ ซึ่งจะว่าไปการที่ถูกปฏิเสธวีซ่าโดยไม่ขอเอกสารใดๆเพิ่มเติมก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดค่ะ เพราะอันที่จริงตั้งแต่ปลายปี 2017 ที่ผ่านมา อิมมิเกรชั่นได้มีการออกนโยบายมาใหม่ว่ากันด้วยในเรื่องของการเตรียมและแนบเอกสารว่า “ถ้าหากเอกสารไม่พร้อม หรือไม่มีการ attach เอกสารในระบบ ทางอิมมิเกรชั่นก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องออกจดหมายเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา” ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกระทรวงให้สามารถพิจารณาวีซ่าได้ไวขึ้น ทำให้ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องรอวีซ่าเป็นระยะเวลานานๆอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนวีซ่านักเรียนที่ยื่นในประเทศออสเตรเลียเร็วสุดก็ต้องรอกันเกือบประมาณ 2 เดือนถึงจะรู้ผล แต่พักหลังมานี้วีซ่านักเรียนบางเคสของทาง CPSydney office ไม่เกิน 1 เดือนก็ทราบผลลัพธ์ของวีซ่าแล้วค่ะ

 


 

จะว่าไปนโยบายดังกล่าวก็ถือเป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสียนะคะ แน่นอนแหล่ะว่าข้อดีก็คือการได้วีซ่าที่เร็วขึ้น ส่วนข้อเสีย ก็คือมีโอกาสโดนปฏิเสธสูงขึ้นเช่นกันหากเอกสารไม่พร้อม ทางที่ดีที่สุดที่เราแนะนำก็คือ “เตรียมเอกสารให้พร้อมทุกอย่างตาม checklist ของอิมมิเกรชั่นนะคะ” ถ้าหากมีการเลือกใช้ migration agent ดูแลเคสก็ต้องสอบถามกับทาง migration agent เพื่อเช็คว่ามีเอกสารตัวไหนขาดหายหรือยังต้องการเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า มิฉะนั้นก็อาจจะต้องมานั่งน้ำตาตกในเหมือนกับหลายๆเคสที่เชื่อเอเจนท์ว่า “ยื่นๆเข้าไปก่อน ได้เอกสารมาเมื่อไหร่แล้วค่อยแนบตามเข้าไป” คือทางอิมมิเกรชั่นเขาก็ระบุมาอย่างชัดเจนว่าเอกสารบังคับที่ต้องยื่น at the time of application ของวีซ่าในแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง ก็อย่าทู่ซี้ดึงดันที่จะยื่นทั้งๆที่เอกสารยังไม่พร้อมเลยค่ะ โดนปฏิเสธขึ้นมามันไม่คุ้มเลย บางทีช้าหน่อยแต่ชัวร์ก็ดีนะคะ ไม่งั้นคงไม่มีสำนวนสุภาษิต “ช้าๆได้พร้าเล่มงาม” ไว้เป็นคติเตือนใจหรอกค่ะ

 


 

อีกข่าวที่อยากนำมาบอกกล่าวกันในฉบับนี้ก็คือเรื่อง Assurance of Support หรือเงินค้ำประกันสำหรับวีซ่าครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวีซ่าสำหรับคุณพ่อคุณแม่ (Parent Visa และ Contributory Parent Visa) ที่เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทาง Department of Social Services ได้ออกมาประกาศการขึ้นเงินค้ำประกัน และการคำนวณฐานเงินเดือนของผู้ที่จะเป็นผู้ค้ำประกันใหม่ พูดง่ายๆ แบบไม่ต้องให้เข้าใจยากก็คือเพิ่มเงิน และปรับตารางในการคำนวณฐานเงินเดือนขึ้นสำหรับคนที่ต้องการทำวีซ่าตัวดังกล่าวค่ะ ซึ่งการคำนวณฐานเงินเดือนนี้ได้เริ่มมีการใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น A ต้องการสปอนเซอร์คุณแม่มาเป็น PR ในออสเตรเลียภายใต้ Contributory Parent Visa (วีซ่าสำหรับคุณพ่อคุณแม่แบบสมทบทุน Subclass 143) A จะต้องมีรายได้จำนวนอย่างน้อย A$57,896.30 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ถ้าหากมีไม่ถึงก็ต้องไปหาคนมาค้ำประกันเพิ่มถึงจะสามารถสปอนเซอร์คุณแม่มาออสเตรเลียได้ และถ้าหาก A ต้องการจะค้ำประกันทั้งคุณพ่อและคุณแม่ A จะต้องมีรายได้จำนวนอย่างน้อย A$86,844.45 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาถึงจะสปอนเซอร์คุณพ่อคุณแม่ได้ ถ้าหากมีไม่พอก็ต้องไปหาคนมาช่วยค้ำด้วยได้ค่ะ เพราะถ้าหากเงินเดือนไม่ถึงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ Assurance of Support ก็ไม่ผ่านค่ะ โดยการคำนวณฐานเงินเดือนใหม่นี้จะครอบคลุมทุกประเภทของวีซ่าครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าสำหรับคุณพ่อคุณแม่ หรือวีซ่าสำหรับญาติคนสุดท้าย (Remaining Relative) ฯลฯ ส่วนวีซ่าสำหรับลูก เช่น Child Visa, Orphan relative หรือ Adoption ไม่ได้มีการบังคับ แต่เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นก็มีสิทธิ์ที่จะเรียกดูเอกสารดังกล่าวได้ค่ะ

 


 

นอกจากนี้ ก็มีการขึ้นเงินค้ำประกัน สำหรับ Contributory Parent Visa (Subclass 143) – วีซ่าคุณพ่อคุณแม่แบบสมทบทุน อีกเช่นกัน จากปกติที่ผู้ค้ำประกันจะต้องวางเงินค้ำจำนวน A$10,000 สำหรับผู้สมัครหลัก (เช่นคุณพ่อหรือคุณแม่) และ A$4,000 สำหรับผู้สมัครคนที่สองเป็นเวลา 10 ปี แต่ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2019 เป็นต้นไป เงินค้ำประกันดังกล่าวจะถูกปรับขึ้นเป็น A$15,000 และ A$6,000 ตามลำดับ และสำหรับวีซ่าที่ไม่ใช่แบบสมทบทุน ก็มีการปรับเงินขึ้นจาก A$5,000 เป็น A$7,500 และจะต้องวางเงินค้ำประกันเป็นระยะเวลา 2 ปีเหมือนเดิมค่ะ เพราะฉะนั้นสำหรับใครที่ต้องการจะสปอนเซอร์คุณพ่อคุณแม่มาเป็น PR อยู่ด้วยกันที่นี่ ทางเราก็ขออนุญาตแนะนำให้วางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ เพราะ Assurance of Support ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับการยื่นวีซ่าให้คุณพ่อคุณแม่ ถ้าหาก Assurance of Support ไม่ผ่าน วีซ่าก็อาจจะโดนปฏิเสธได้ค่ะ สามารถหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dss.gov.au/living-in-australia-and-overseas/updates หรือถ้าใครอยากจะลองคำนวณเงินค้ำประกันก็เวบนี้เลยค่ะ https://www.centrelink.gov.au/custsite_aoscalc/aoscalc/financialCalPage.jsf?prg_id=e692cddfc8874a148220afda24d3136f&wec-appid=aoscalc&page=D6A8C3632D6A43798B75AB1A8F69682B&wec-locale=en_US#stay

 


 

สุดท้าย ก่อนจะจากกันไปในฉบับนี้…สำหรับใครที่สามารถสมัคร citizenship ได้แล้ว ก็รีบกันเลยนะคะ เพราะอีกแค่ 2 เดือนก็จะเดือนกรกฎาคมแล้ว ที่เขาลือกันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของการสมัคร citizenship ซึ่งเรียนกันตามตรงว่าตอนนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง, ต้องมีผลความสามารถทางภาษาอังกฤษรึเปล่า, หรือต้องถือ PR ให้ครบ 4 ปีรึเปล่า เราก็ตอบไม่ได้จริงๆค่ะ ใครจะไปรู้ว่าอาจจะเป็นข่าวโคมลอยแล้วใช้กฎเดิมเหมือนเดิมก็ได้ ก็ต้องรอลุ้นไปพร้อมๆกันค่ะ แต่สำหรับใครที่พร้อมแล้วก็ขอให้รีบสมัครกันตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น และถ้าใครมีคดีความอะไรก็แล้วแต่ไม่ว่าจะเป็นคดีจราจรหรือคดียิบย่อยอื่นๆ ก็ต้องแจ้งเข้าไปในใบสมัครด้วยนะคะ เพราะมีหลายคนที่เข้ามาปรึกษากับทาง CPSydney office ว่าถูกปฏิเสธ citizenship application เนื่องจากไม่ได้แจ้งว่ามีคดีติดตัวค่ะ ถึงแม้จะเป็นคดีเล็กๆน้อยๆก็ตาม
การสมัคร Citizenship ไม่ยากแต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายๆคนคิดค่ะ สำหรับใครที่ไม่มั่นใจก็ สามารถโทรเข้ามาสอบถามกับทางออฟฟิศ CPSydney office ที่ 02 9267 8522 ได้เลยนะคะ หรือจะทักแชทสอบถามกันมาที่ www.facebook.com/cpsyd ก็ได้ค่ะ ตอนนี้เรามีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคนที่ยื่นขอ citizenship กันได้แล้วด้วยนะคะ

สำหรับฉบับนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

#CPSydney office Team

 


 

 

 

Related Posts