รู้หรือไม่ Skilling Australians Fund (SAF)

สำคัญไฉนกับวีซ่าทำงาน

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน…กลับมาพบกันเป็นประจำอีกครั้งกับ VisaTalk by CPSydney เหมือนเช่นเคยค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเผลอแป๊บเดียวก็กำลังจะเข้าสู่ครึ่งทางของปี 2018 กันเสียแล้ว

 

รู้หรือไม่ Skilling Australians Fund (SAF) สำคัญไฉนกับวีซ่าทำงาน

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน…กลับมาพบกันเป็นประจำอีกครั้งกับ VisaTalk by CPSydney เหมือนเช่นเคยค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเผลอแป๊บเดียวก็กำลังจะเข้าสู่ครึ่งทางของปี 2018 กันเสียแล้ว และอากาศก็แปรปรวนเสียเหลือเกิน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวสลับกันวันต่อวันเลย ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ขออนุญาตแสดงความห่วงใยกันไว้ตรงนี้ด้วยละกันค่ะ ส่วนเนื้อหาประจำเดือนมิถุนายนนี้จะเป็นเรื่องอะไร ก็ติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ

 


 


พูดถึงช่วงเดือนมิถุนายน มันก็จะวนมาเข้าช่วงปีภาษี (Financial year) ของทุกปีกันอีกแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นฉบับนี้เราก็จะมาพูดถึงเรื่องของเงินๆทองๆให้เข้ากับช่วงปีภาษีกันดีกว่าค่ะ โดยปกติ Financial Year ของออสเตรเลียจะเริ่มทุกวันที่ 1 กรกฎาคมของปีก่อนหน้า และจะไปสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนของปีปัจจุบัน (ตัวอย่างเช่น Financial Year 2018 ก็จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2017 – 30 มิถุนายน 2018 นั่นเองค่ะ) ซึ่งพอเข้าวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปีปุ๊บ อิมมิเกรชั่นก็จะมีธรรมเนียมปฏิบัติว่าให้เอาวันนี้เป็นวันเริ่มใช้นโยบายหรือกฎใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับวีซ่าต่างๆ รวมถึงขึ้นค่าสมัครวีซ่าบางประเภทด้วยเช่นกัน อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย หรือเป็นวันดีของทางอิมฯหรือยังไงค่ะ…แต่กระนั้นก็ดี อิมฯก็จะประกาศพวกนโยบายหรือกฎใหม่ๆที่จะบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม ออกมาล่วงหน้าสักประมาณ 1-2 อาทิตย์ก่อนที่จะใช้จริง “เพราะฉะนั้นด้วยความหวังดีนะคะ” CPSydney office ของเราก็ขออนุญาตกระตุ้นท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านที่ต้องการจะยื่นวีซ่าในเร็วๆนี้ ให้ยื่นภายในปลายเดือนมิถุนายนนี้เลยค่ะ เพราะก็เรียนตามตรงเหมือนกันว่าจนถึงขณะนี้ทางเราเองก็ยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัดเหมือนกันว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างในปีนี้ (ต้องเรียนให้ทราบก่อนว่าช่วงที่เราเขียนต้นฉบับอยู่นั้น ยังอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ยังไม่มีการประกาศใดๆออกมาทั้งสิ้นค่ะ) ถ้าใครอยากจะทราบข้อมูลของการประกาศอาจจะต้องรอให้ถึงฉบับของเดือนกรกฎาคม หรืองานสัมมนาที่เราจะจัดขึ้นในกลางเดือนกรกฎาคมนี้ค่ะ

 


 

เข้าเรื่องบทความกันเลยนะคะ…เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ร่างกฎหมาย Migration Amendment (Skilling Australians Fund) Act 2018 และ Migration (Skilling Australians Fund) Charges Act 2018 ก็ได้รับพระบรมราชานุญาตแต่งตั้งให้เป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากการเห็นชอบของรัฐสภาให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านเป็น พ.ร.บ. ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาค่ะ แล้วคราวนี้ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยค่ะว่าเราจะเอาเรื่องกฎหมายของออสเตรเลียมาให้ได้อ่านกันทำไม ก็เพราะว่า พ.ร.บ. นี้จะเกี่ยวข้องกับวีซ่าทำงานทุกประเภทในออสเตรเลียหน่ะสิคะ ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าตัวใหม่ TSS Visa (subclass 482) หรือวีซ่าที่ต่อยอดไปถึงการทำ PR ทั้งในแบบ ENS และ RSMS

 


 

Skilling Australians Fund (SAF) ถูกร่างออกมาใช้โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ และพัฒนาการของนักเรียนที่เรียนในสายอาชีพ โดยเงินภาษีตรงนี้จะนำไปพัฒนาโปรแกรมการเรียน และการฝึกอบรมให้นักเรียนมีคุณสมบัติและประสบการณ์ในการทำงานให้ตรงกับคุณวุฒิที่จะต้องใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการหางานให้ตรงกับสาขาอาชีพที่เรียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาอาชีพทางด้านการบริการ พวกการท่องเที่ยว เงินภาษีเหล่านี้จะถูกนำไปบริหารและแจกจ่ายเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าวโดยกระทรวงการศึกษาและการฝึกอบรบโดยตรงค่ะ ขอให้แน่ใจว่าเงินภาษีเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแด่การพัฒนานักเรียนและแรงงานชาวออสเตรเลีย ไม่ได้เสียเปล่าเหมือนประเทศในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแน่นอนค่ะ…ซึ่งเจ้าตัวภาษี SAF นี้จะเข้ามาแทนที่ระบบ Training Benchmark A และ Training Benchmark B ในปัจจุบันที่คนที่ทำวีซ่า 457 อาจจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยเจ้าตัว Training Benchmark ทั้ง 2 ตัวนี้เนี่ยะ จะเป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายเงินค่าอบรมพนักงานคิดเป็น 1% หรือ 2% ของยอดเงินเดือน อยู่ที่ว่าจะเลือกจ่ายแบบไหน บางบริษัทที่มีผลประกอบการมากก็จะต้องเสียเงินตรงส่วนนี้มากหน่อย ซ้ำร้ายถ้าในกรณีที่จ่ายเงินค่า training ไม่พอ ก็อาจจะส่งผลต่อ sponsorship หรือ nomination ของบริษัทที่ยื่นไปอีกด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อมีตัว SAF เข้ามาแทนที่ก็จะทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินตามที่อิมฯกำหนดได้เลย โดยตามที่ได้กล่าวไปว่า SAF จะมีผลบังคับใช้กับวีซ่าทำงานจำพวก TSS Visa (subclass 482), ENS (subclass 186), และ RSMS (subclass 187) โดยจะต้องชำระภาษีดังกล่าว ณ ตอนที่ยื่นขอ nomination เข้าไปค่ะ

 


 

ทั้งนี้ทั้งนั้นจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายเนี่ยะก็จะขึ้นอยู่กับผลประกอบการตลอด 12 เดือนก่อนที่จะยื่นวีซ่าข้างต้น และจะขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงานที่ต้องการจะสปอนเซอร์ด้วยนะคะ ซึ่งจะมีผลทำให้ยอดที่ต้องชำระในแต่ละปีจะแตกต่างกันออกไป • สำหรับวีซ่าทำงานที่จะยื่น PR (ENS และ RSMS) - ถ้าหากมีผลประกอบการมากกว่า 10 ล้านเหรียญ/ปี จะต้องชำระเงินเป็นจำนวน A$5,000 ต่อพนักงาน 1 คนที่ต้องการจะสปอนเซอร์ ในทางกลับกันสำหรับบริษัทหรือผู้ประกอบการที่มีผลประกอบการต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญ/ปี จะต้องชำระเงินเป็นจำนวน A$3,000 ต่อพนักงาน 1 คนที่ต้องการจะสปอนเซอร์ • สำหรับ TSS Visa - ถ้าหากมีผลประกอบการมากกว่า 10 ล้านเหรียญ/ปี จะต้องชำระเงินเป็นจำนวน A$1,800 ต่อพนักงาน 1 คนที่ต้องการจะสปอนเซอร์ และจะต้องชำระเงินเป็นจำนวน A$1,200 ต่อพนักงาน 1 คนที่ต้องการจะสปอนเซอร์สำหรับบริษัทที่มีผลประกอบการต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญ/ปี ที่จริงตัวเลขดังกล่าวจะสามารถคำนวณได้จากตารางของอิมฯที่เชื่อถือได้ เพียงแค่ว่าอิมฯยังไม่ได้ประกาศใช้ตารางดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เดี๋ยวถ้า official เมื่อไหร่ จะเอามาบอกให้ทราบกันทีหลังแน่นอนค่ะ และสำหรับนายจ้างที่กลัวว่าจ่ายเงินดังกล่าวไปแล้ววีซ่า หรือ nomination ของลูกจ้างคนนั้นไม่ผ่าน แล้วเจ้ากรรมลูกจ้างคนนั้นเปลี่ยนใจไม่มาทำงานด้วยอีกต่อไป อันนี้ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะจะสามารถขอเงินส่วนนี้คืนได้ แต่จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้นด้วยนะคะ ส่วนในเรื่องของวันที่ SAF มีผลบังคับใช้ตอนนี้ก็ให้ยึดตามวันที่ 22 พฤษภาคม ไปก่อน เพราะยังไม่ได้มีประกาศออกมาเกี่ยวกับวันบังคับใช้เหมือนกัน..ยังไงหากใครอยากจะหาข้อมูลอ่านเพิ่มด้วยตัวเองโดยตรงก็เข้าไปที่ลิงค์นี้ได้เลยค่ะ http://www.legislation.gov.au/Details/C2018A00039/Download

 


 

ผ่านไปหนึ่งเรื่อง มาว่าต่อกันอีกเรื่องเกี่ยวกับการยื่น Australian Citizenship เพราะช่วงนี้มีหลายกระแสกันเหลือเกินว่าจะมีการเปลี่ยนกฎนู่นนี่นั่น โดยจะให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เพราะฉะนั้นถ้าตอนนี้ใครครบเงื่อนไขเก่าทั้งหมดแล้ว และมีสิทธิ์ที่จะขอดำเนินการได้ ทางเราก็ขออนุญาตแนะนำว่าให้รีบทำกันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ

 


 

ส่วนใครที่คิดว่าจะยื่นขอ Australian Citizenship ด้วยตัวเอง เราก็อยากจะเตือนด้วยความหวังดีว่าให้ระมัดระวังในการกรอก application ด้วยนะคะ ข้อมูลทุกอย่างต้องเป็นความจริง และควรจะกรอกให้ครบถ้วนกระบวนความ เพราะเรามีกรณีศึกษาที่จะเล่าให้ฟังก็คือ ลูกค้าท่านหนึ่งถือ PR เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ยื่นขอสัญชาติออสเตรเลียด้วยตัวเอง แต่คราวนี้เจ้ากรรมดันไปใส่ข้อมูลไม่ตรงกันกับตอนที่สมัครขอ PR ในเรื่องของการมีคดีความ “ทำให้ถูกปฏิเสธ” เหตุก็ด้วยเพราะเจ้าหน้าที่มองว่ามีเจตนาปิดบังข้อมูลและให้ข้อมูลเท็จกับเจ้าหน้าที่นั่นเองค่ะ อย่าลืมนะคะว่าตอนขอ PR อ่ะ เขาให้เราแนบเอกสารใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate) ทั้งจากกรมตำรวจที่ไทย และออสเตรเลียด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเป็นในเรื่องของคดีความมันเลี่ยงไม่ได้หรอก หรือถ้าคิดว่าจะปิดบังเรื่องอื่นๆ ก็บอกตรงนี้เลยนะคะว่าอย่าทำเลย อันนี้ไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่การสมัครขอ Australian Citizenship เท่านั้นนะคะ แต่จะรวมถึงวีซ่าอื่นๆทั้งหมดด้วย เพราะถ้าถูกจับได้ มันไม่ได้แค่โดนปฏิเสธวีซ่าเท่านั้น มันจะเข้าข่าย PIC4020 ให้ข้อมูลเท็จกับเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น อาจโดนแบน ห้ามยื่นวีซ่าออสเตรเลียอีกด้วยนะคะ จะหาว่าเราไม่เตือนไม่ได้แล้วนะคะ

 


 

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะเตือนสำหรับฉบับนี้ละค่ะ ก็คือสำหรับคนที่สมัครวีซ่าทำงานในช่วงนี้ ต้องบอกเลยว่า REFUSAL RATE ช่วงนี้สูงมากจริงๆ ก็เพราะว่าอิมฯมีความเข้มงวดมากขึ้น ถ้าเอกสารไม่พร้อมก็ปฏิเสธทันทีโดยไม่ให้โอกาสแก้ตัว เพราะฉะนั้นย้ำเตือนกันอีกที (จำได้ว่าฉบับที่แล้วก็เตือนเรื่องนี้ไปเหมือนกัน) “อย่าคิดว่ายื่นๆเข้าไปก่อน เดี๋ยวอิมฯเขาก็ขอเพิ่มเอง” คือนอกจากเจ้าหน้าที่เขาจะไม่ขอเอกสารเพิ่มแล้ว จะโดนปฏิเสธมาเลยตามที่แจ้งเตือนไปนี่แหล่ะค่ะ ถ้าใครทำเคสกับเราก็ให้เชื่อในลิสต์เอกสารที่เราให้ไปเถอะค่ะ อย่าหาเราว่าขอเอกสารเยอะแยะเลย ที่ทำไปก็หวังดีทั้งนั้น ปลอดภัยไว้ก่อนก็ย่อมจะดีกว่าวัวหายล้อมคอก จริงไหมคะ???

 


 

สังเกตได้ว่า ฉบับนี้จะมีแต่เรื่องเครียดๆ มาเตือนกันให้ทราบ คืออยากให้เข้าใจว่าเดี๋ยวนี้อิมฯเขาเคี่ยวกว่าเดิมขึ้นเยอะจริงๆค่ะ ที่เตือนก็เป็นห่วงทั้งนั้น ไม่อยากให้เข้าข่ายเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่ายกัน เพราะเราเห็นมาหลายเคสแล้วว่ามาปรึกษาเราแล้วไปยื่นกับคนอื่น สุดท้ายโดนปฏิเสธมาให้เราแก้ เอาจริงๆมันไม่คุ้มเลยนะคะ เสียทั้งเงินและเสียทั้งเวลาของตัวผู้สมัครเองทั้งนั้นค่ะ

 


 

สุดท้ายละ ก่อนจะจากกันไปในฉบับนี้ก็อยากจะฝาก “กิจกรรม และ โปรโมชั่นดีๆ” ให้ท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านได้รับทราบกันเสียหน่อย

 


 

• CPSydney Skill Migration Seminar 2018 โดยจะเป็นงานสัมมนาฟรี สำหรับผู้เข้าร่วมที่สนใจค่ะ เนื้อหาของสัมมนาก็จะเน้นไปที่การอัพเดทข้อเปลี่ยนแปลงต่างๆที่ (อาจจะ) ประกาศออกมาในวันที่ 1 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ และในปีนี้เราจะเพิ่มเติมในเรื่องของการทำ PR ผ่าน State Sponsorship เข้ามาให้ทุกคนได้ทราบไว้เป็นทางเลือกด้วยค่ะ…โดยงานสัมมนาจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 11 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 13.30 – 15.30 น. นะคะ

 


 

• CPSydney Australian Citizenship Promotion โดยในเดือนนี้จะเป็นเดือนสุดท้ายของโปรโมชั่นนี้แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นคนที่สามารถยื่นขอสัญชาติออสเตรเลียได้แล้วก็อย่าลืมรีบๆยื่นเอกสารและใบสมัครของตัวเองเข้าไปภายในเดือนนี้นะคะ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาจริงๆก็ตัวใครตัวมันค่ะ สำหรับใครที่สนใจงานสัมมนา หรือโปรโมชั่นข้างต้น ก็สามารถโทรเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งให้กับตัวเองสำหรับงานสัมมนาในเดือนหน้าได้เลยนะคะ…สามารถติดต่อเราได้ที่เบอร์ +61 (2) 9267 8522 หรือจะทักแชทสอบถามกันมาที่ www.facebook.com/cpsyd ก็ได้ค่ะ สำหรับฉบับนี้ต้องขอตัวลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

 


 

#CPSydney office Team

 


 

 

 

Related Posts