โอกาสของสินค้าไทยในออสเตรเลีย

บทสัมภาษณ์ นาง สลิลา เทพเกษตรกุล 

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ หรือ Thai Trade Centre Sydney เป็นหน่วยงานภายใต้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่ในการส่งเสริมพัฒนา และอำนวยความสะดวกด้านการค้าทั้งสินค้าและบริการ ระหว่างไทยกับออสเตรเลียให้เพิ่มมากขึ้น

 

โอกาสของสินค้าไทยในออสเตรเลีย

บทสัมภาษณ์ นาง สลิลา เทพเกษตรกุล 

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ 

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ หรือ Thai Trade Centre Sydney เป็นหน่วยงานภายใต้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่ในการส่งเสริมพัฒนา และอำนวยความสะดวกด้านการค้าทั้งสินค้าและบริการ ระหว่างไทยกับออสเตรเลียให้เพิ่มมากขึ้น

 


 


นาง สลิลา เทพเกษตรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ ได้ให้รายละเอียดการส่งเสริมการค้าในประเทศออสเตรเลียว่า 

 


 

“บทบาทของ Thai Trade Centre ในการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศต้องทำหน้าที่เป็นทั้ง Facilitator และ Promoter ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าและบริการไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย โดยการการเชิญชวนผู้นำเข้าออสเตรเลียเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในประเทศไทย เช่น ThaiFEX, Bangkok Gems and Jewelry Fair และ STYLE และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ ในประเทศออสเตรเลีย รวมถึงการจัดคณะผู้แทนการค้ามาเจรจาธุรกิจเพื่อพบผู้นำเข้าและสำรวจตลาด โดยเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสำนักงานฯ นำผู้ประกอบการชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ 18 บริษัท มาพบผู้นำเข้ารายใหญ่ที่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นโอกาสดีในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างไทยและออสเตรเลีย

 


 

“แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ยังครองแชมป์ส่งออกอันดับ 1 ของไทยมายังออสเตรเลีย แต่ต้องยอมรับว่า ธุรกิจอาหารยังเป็นสินค้าที่มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 10-13 กันยายนปีนี้ สำนักงานฯ จะเข้าร่วมงาน Fine Food 2018 ณ นครเมลเบิร์น ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับด้านอาหารและบริการที่เกี่ยวข้องใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย โดยมี Thailand pavilion ให้ผู้ประกอบการมากกว่า 30 บริษัทจากไทยมาร่วมนำเสนอสินค้า และยังมีการจัดทำ Cooking Demonstration เพื่อประชาสัมพันธ์อาหารไทยด้วย อีกทั้ง เรายังเห็นแนวโน้มของสินค้าออร์แกนิค สินค้าเพื่อสุขภาพในตลาดออสเตรเลีย ที่เติบโตเช่นกัน โดยข้อมูลจาก Australian Organic Market Report 2018 ตลาดออร์แกนิค มีมูลค่า 2.4 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย ขยายตัวถึงร้อยละ 88 จากปี 2555 ปัจจัยผลักดันสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้บริโภค สินค้ามีคุณภาพ และการรับรู้ตราสัญลักษณ์มากขึ้น  จึงต้องการมุ่งเน้นยกระดับสินค้าอาหารไทย เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพมากยิ่งขึ้นด้วย”

 


 

“นอกจากงานด้านการประชาสัมพันธ์แล้ว Thai Trade Centre ยังเป็นแหล่งข้อมูลด้านการค้าและสถานการณ์ตลาดที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้ศึกษา ค้นคว้าข้อมูลเบื้องต้น และเรียนรู้แนวโน้มการตลาด รสนิยมของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมทั้ง กฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถเข้าไปดูข้อมูลในแต่ละประเทศได้ทางเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ www.ditp.go.th”

 


 

อยากทราบว่าตอนนี้มีมาตรการเร่งด่วนที่สำนักงาน Thai Trade ต้องทำหรือไม่ คืออะไร 

 


 

“ขณะนี้สำนักงานฯ เน้นประชาสัมพันธ์เรื่องข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว เพราะข้าวไทยถือว่าเป็นสินค้าเกษตรหลักของเมืองไทย การดำเนินการในเรื่องข้าวจะทำให้รายได้ไปสู่เกษตรกรคนไทยมากที่สุด ข้าวไทยเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียง โดยสำนักงานฯ จะมีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งจะจัดควบคู่กับงาน Fine Food 2018 ที่เมลเบิร์น และขยายไปอีก 2 เมือง คือ บริสเบน และเพิร์ท โดยเน้นประชาสัมพันธ์ตรา Thai Hom Mali Rice Certification Mark และข้าวสีโดยเฉพาะ Riceberry ให้มากยิ่งขึ้น”

 


 

 

 


ตลาดข้าวไทยในออสเตรเลีย ได้รับความนิยมมากน้อยแค่ไหน มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้างในการเปิดตลาดข้าวไทยที่นี่

 


 

“ตลาดข้าวไทยยังครองอันดับ 1 อยู่ที่ออสเตรเลียมีสัดส่วนตลาดสูงที่สุด แต่มีข้าวอินเดียหรือข้าวเวียดนามที่เริ่มเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองรสนิยมการบริโภคอาหารชาติต่างๆเพิ่มมากขึ้ย หรือแม้กระทั่งคนที่อพยพเข้ามาที่เป็นชาวอินเดียเพิ่มมากขึ้นก็มีส่วนทำให้ตลาดข้าวอินเดียได้รับความนิยมสูงขึ้น”

 


 

“ที่ออสเตรเลีย สำนักงานฯ มองว่าข้าวไทยเราไม่ได้มีดีแค่ข้าวหอมมะลิอย่างเดียว ยังมีข้าวพันธ์อื่นๆที่มีคุณสมบัติพิเศษอย่างเช่น Riceberry หรืออาจจะเป็นข้าวพันธุ์ กข 43 ที่มีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนักและผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีแนวโน้มที่จะเจาะตลาดออสเตรเลียได้ เพราะออสเตรเลียมีผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานประมาณ 1.2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 6 ของประชากรทั้งหมด อีกทั้ง ผู้บริโภคออสเตรเลียไม่นิยมอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ประกอบกับกระแสรักสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีการสร้างและบรรยายคุณประโยชน์ของข้าวดังกล่าว เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค อีกไม่นานอาจจะได้เห็นสินค้าเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นในตลาดออสเตรเลีย หรือแม้กระทั่งข้าวกล้อง Brown rice ที่มีกฎระเบียบในการนำเข้าที่เข้มงวด จะต้องผ่านการให้ความร้อน ทดสอบการงอกของเมล็ดเราควรเปลี่ยนวิธีการและยกระดับสินค้าข้าว แทนที่จะนำเข้าเป็นข้าวสาร อาจเปลี่ยนเป็นข้าวปรุงสุกที่พร้อมทานมากขึ้น ถ้าไปในซุปเปอร์มาเก็ตจะเริ่มเห็น trend ของสินค้าเป็น ready to eat คือ ผลิตออกมาแบบเป็นถ้วยเหมาะสำหรับใส่ไมโครเวฟอุ่นทานได้เลย”

 


 

“เพราะบางทีเราก็ต้องยอมรับว่า คนออสเตรเลียส่วนใหญ่แล้วหุงข้าวไม่ค่อยเป็น ถ้ามีแต่ข้าวสารเป็นถุงอาจจะทำให้เขาไม่รู้ว่าจะไปปรุงที่บ้านอย่างไร สำนักงานฯ จึงอยากจะส่งเสริมสินค้าที่เป็น ready to eat มากขึ้น ผลิตภัณฑ์จากข้าวมิใช่มีแต่ข้าวสาร ยังมีน้ำมันข้าว นมข้าว Rice Cracker เส้นพาสต้า ก๋วยเตี๋ยว สิ่งเหล่านี้เป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะต้องรีบดำเนินการประชาสัมพันธ์ภายในกันยายนนี้ และต้องทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะกระตุ้นตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวเพิ่มมากขึ้นค่ะ”

 


 

ความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ในออสเตรเลีย ที่จะเป็นช่องทางในการสนับสนุนสินค้าไทย

 


 

“แต่ละประเทศมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมสินค้าและบริการของตนเองเพื่อกระจายสู่ตลาดต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสำนักงานฯ มองว่า การมีพันธมิตรกับหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน เช่น Austrade หรือ New South Wales Chamber of commerce จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังได้หาพันธมิตรที่เป็นสมาคมการค้าต่างๆ เช่น อัญมณี สินค้าตกแต่งบ้าน ของขวัญ เพื่อขยายไปสู่ผู้นำเข้าให้มากขึ้น”

 


 

“อีกทั้ง หน่วยงานที่ออกกฎระเบียบต่างๆ อย่างเช่น สินค้าออร์แกนิคที่เป็นสินค้าตัวหนึ่งที่จะส่งเสริมในตลาดออสเตรเลียเพราะว่ามีการเติบโตที่ต่อเนื่อง สำนักงานฯ ไปหาความร่วมมือกับหน่วยงานที่ออกเครื่องหมายรับรองสินค้าออร์แกนิค ดูความเป็นไปได้ในการเทียบการรับรองมาตรฐานระหว่างไทยและออสเตรเลีย เพื่อเป็นประตูให้กับสินค้าออร์แกนิคเมืองไทยเข้าสู่ตลาดออสเตรเลียเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสินค้าออร์แกนิคที่เมืองไทยเราได้ตามมาตรฐานสากลแล้วแต่การได้ตรารับรองของออสเตรเลียด้วย จะเพิ่มการรับรู้ของผู้บริโภคชาวเออสเตรเลีย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ออกเครื่องหมายรับรองตรานี้ด้วยนะคะ ทางสำนักงานฯ ได้เริ่มปูทางไว้ให้เรียบร้อยแล้วเพื่อให้หน่วยงานรัฐของไทยที่เกี่ยวข้องสานต่อเรื่องนี้ต่อไป" 

 


 

สินค้าที่มีศักยภาพ และการทำการตลาดสินค้าไทยในออสเตรเลีย ยากง่ายอย่างไร

 


 

“ขณะนี้เรื่องอาหารยังมาเป็นอันดับ 1 แต่ออสเตรเลียเป็นประเทศที่สามารถที่จะผลิตสินค้าโดยเฉพาะอาหารได้แทบทุกอย่างภายในประเทศของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือผลไม้เขตร้อน ปัจจุบันผลไม้สดที่ตอนนี้ไทยนำเข้าได้ 7 ชนิด สับปะรด มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ มะพร้าว ทุเรียน ส้มโอแกะเปลือก สำหรับผักก็จะมีแค่ข้าวโพดอ่อนกับหน่อไม้ฝรั่ง แค่ 2 ชนิด อีกทั้ง กฎระเบียบเข้มงวดมาก ดังนั้น หากไทยทำเป็นสินค้าแปรรูปให้มากขึ้นในการเข้าสู่ตลาดออสเตรเลีย หรือยกระดับขึ้นไปเป็นออร์แกนนิค สินค้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเหล่านั้นในการเข้ามาทำตลาดมากกว่า และเจาะกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มที่รักสุขภาพ รวมทั้ง การพยายามที่จะให้อาหารหรือสินค้าเกี่ยวกับอาหารพวกนี้เข้าไปสู่ในธุรกิจเรียกว่า food service ให้มากยิ่งขึ้น” “นอกจากนี้ ยังมีนโยบายในการพิจารณาจัดทำความร่วมมือ Strategic Partnership ระหว่างไทยและออสเตรเลีย โดยสำนักงานฯ เห็นว่า ควรเน้นทำความร่วมมือทั้ง Supply Chain ของธุรกิจ เช่น สาขาท่องเที่ยวและโรงแรม ถ้าผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมที่จะมาลงทุนด้านโรงแรม หรืออสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลีย ควรพิจารณาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมาด้วย เช่น เครื่องสุขภัณฑ์ อุปกรณ์ที่ใช้ในโรงแรม (ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องพัก)”

 


 

ปัญหาและอุปสรรคในการนำสินค้าเข้ามาที่ออสเตรเลีย

 


 

“ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรก็ตามต้องยอมรับว่า ออสเตรเลียมีกฎระเบียบภายในประเทศที่ค่อนข้างเข้มงวดมากอย่าง เช่น ถ้าเป็นสินค้าเกี่ยวกับอาหารก็จะเป็นเรื่องมาตรการสุขอนามัยต่างๆ ในการที่จะนำเข้าบางชนิดต้องมีใบอนุญาตนำเข้าต้องผ่านกระบวนการรมควัน การให้ความร้อนหรืออะไรต่างๆ ที่ค่อนข้างมาก สินค้าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ก็ต้องได้มาตรฐานแต่ละชนิดของสินค้าเหล่านั้น เพราะฉะนั้นการนำเข้าสินค้าไทยปัญหาหลักคือ กฎระเบียบในประเทศและมาตรฐานที่เข้มงวด ซึ่งผู้ส่งออกไทยจะต้องศึกษาเรื่องนี้ให้เป็นอย่างดี” 

 


 

อยากจะให้ฝากถึงเจ้าของธุรกิจไทยที่ยังไม่เคยทำการค้าในต่างประเทศ ถ้าจะนำสินค้าไทยเข้ามาที่ออสเตรเลียนี้ ต้องเริ่มต้นที่จุดไหนก่อน

 


 

“กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีหน่วยงาน New economy Academy ในการให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการส่งออกมากมายหลายหลักสูตร สามารถเรียนผ่านออนไลน์ได้ https://nea.dinsoradvertising.com/ รวมทั้ง การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และการเป็นสมาชิกตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ www.thaitrade.com เพื่อเสนอซื้อ เสนอขาย สินค้าผ่านออนไลน์ และการเข้าร่วมงานเเสดงสินค้าที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดขึ้นในประเทศก่อน เพื่อที่จะได้พบเจอผู้นำเข้าจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็นเหมือนกับจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะนำสินค้าตัวเองให้กับผู้นำเข้าได้เห็น และศึกษาความต้องการของแต่ละตลาด”

 


 

 

 

Related Posts