ไม่สบาย...ทำไงดี

ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลในออสเตรเลียปีนี้จากหน้าหนาวไปสู่หน้าใบใม้ผลิ แม้จะเป็นช่วงทีหลายๆ คนรอคอย แต่การเปลี่ยนผ่านจากสภาพอากาศแบบหนึ่งไปสู่อีกแบบหนึ่งนั้น นำพามาซึ่งการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน หลายๆ คนเริ่มปวดหัวตัวร้อนในช่วงนี้ ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นในหน้าหนาวเสียมากกว่า

 

ไม่สบาย...ทำไงดี

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลในออสเตรเลียปีนี้จากหน้าหนาวไปสู่หน้าใบใม้ผลิ แม้จะเป็นช่วงทีหลายๆ คนรอคอย แต่การเปลี่ยนผ่านจากสภาพอากาศแบบหนึ่งไปสู่อีกแบบหนึ่งนั้น นำพามาซึ่งการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน หลายๆ คนเริ่มปวดหัวตัวร้อนในช่วงนี้ ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นในหน้าหนาวเสียมากกว่า

 


 

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีบริการด้านสุขภาพในออสเตรเลียที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพสูง ทั้งยังเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยและมีอัตราการเกิดอาชญากรรม มีกฎหมายต่อต้านการใช้ปืนและยาเสพติดที่เข้มงวด ในส่วนของระบบการดูแลสุขภาพของออสเตรเลียแบ่งออกเป็นของ ‘รัฐบาล’ และ ‘เอกชน’ ผู้ป่วยภาครัฐจะพึ่งพาประกันสุขภาพแห่งชาติของรัฐบาลที่เรียกว่า Medicare ระบบการดูแลสุขภาพของรัฐบาลมีคุณภาพสูงทั่วประเทศ ดังนั้น ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลว่าบริการอาจต่ำกว่ามาตรฐาน

 


 

สถานบริการทางสุขภาพหลายแห่งให้บริการฟรีถ้าท่านมีบัตรเมดิแคร์ (Medicare Card) วิธีนี้เรียกว่าบัลค์ บิลลิ่ง (Bulk Billing) นั่นคือการเรียกเก็บเงินจากรัฐบาล แต่ยังคงต้องเสียค่ายาหรือค่าตรวจพิเศษที่แพทย์สั่งให้ทำถ้าหากมี สิ่งคำคัญคือกรุณาสอบถามว่าที่คลินิกนี้เป็น “บัลค์ บิลลิ่งหรือไม่” ก่อนที่ท่านจะปรึกษาแพทย์หรือพบเจ้าหน้าที่ และให้นำ Medicare Card ไปด้วยเสมอเมื่อท่านไปหาแพทย์ ไปคลีนิคหรือ โรงพยาบาล

 


 

หากมีความจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล บริการต่างๆ ที่มาจากโรงพยาบาลเหล่านี้อาจอำนวยความสะดวกให้ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งที่นี่จะมี บริการสำหรับผู้ป่วยนอก (Outpatient Services) และบริการสำหรับผู้ป่วยใน (In-patient Services) หากมีความจำเป็นต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล

 


 

ประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติ (OSHC)

สำหรับนักเรียนต่างชาติ วีซ่านักเรียนมีเงื่อนไขให้คุณจะต้องมีการประกันที่เรียกว่า การประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติ (OSHC) ตลอดระยะเวลาที่อาศัยอยู่ OSHC ครอบคลุมบริการทางการแพทย์ โดยจะต้องรับบัตร OSHC จากผู้ให้บริการดูแลสุขภาพ (เช่น Medibank Private, Worldcare Assist หรือ BUPA OSHC)

 


 

สำหรับคนที่ลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ที่นี่จะมีศูนย์การแพทย์ภายในมหาวิทยาลัยพร้อมแพทย์ที่มีคุณภาพ ส่วนสถานศึกษาอื่น ๆ ทั้งหมดอย่างน้อยที่สุดจะมีเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลที่ผ่านการฝึกอบรม และห้องพักสำหรับนักศึกษาที่ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างที่รอแพทย์เดินทางมาถึงในกรณีฉุกเฉิน มีศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลทั้งในเมืองใหญ่และเมืองเล็กทุกเมือง และอีกมากมายในเขตชานเมือง สำหรับผู้ป่วยสามารถขอพบแพทย์ที่พูดภาษาท้องถิ่นของคุณได้ Department of Immigration and Border Protection มีบริการแปลภาษาทางโทรศัพท์ในประเทศฟรีเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ทักษะภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง

 


 

นักศึกษาต่างชาติที่มีประกันสุขภาพสามารถขอรับการรักษาได้ทั้งโรงพยาบาลของรัฐบาลและของเอกชน แต่การประกันสุขภาพอาจไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทุกอย่างถ้ารับการรักษาจากเอกชน สำหรับใบสั่งยา ยาหลายประเภทในออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึงประเภทปฏิชีวนะ จะขายให้ลูกค้าได้เฉพาะผู้ที่มีใบสั่ง ยาจากแพทย์ใบสั่งยาสามารถกรอกรายการได้ที่ร้านขายยาใดก็ได้ใบสั่งยาธรรมดา ๆ เช่น ยาปฎิชีวนะ ราคา A$23-30 การประกันสุขภาพครอบคลุมค่ายาบางส่วนเท่านั้น

 


 

ส่วนการต่ออายุการประกันสุขภาพนั้น วีซ่านักเรียนมีเงื่อนไขว่านักศึกษาต้องการประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติตามระยะเวลาที่ได้รับการอนุมัติให้อยู่ในออสเตรเลีย รัฐบาลออสเตรเลียกำหนดให้นักศึกษาต้องมีการประกันสุขภาพในระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน หรือตามระยะเวลา ที่ได้วีซ่านักเรียนแล้วแต่ว่าอันไหนจะสั้นกว่า ระยะเวลาที่ยาวที่สุดคือระยะเวลาตามวีซ่านักเรียนของคุณ คุณต้องต่ออายุการคุ้มครอง ใหม่ถ้าคุณต่ออายุวีซ่า นักเรียนหรือไม่ได้จ่ายค่าเบี้ยประกันเต็มตามระยะเวลาของวีซ่านักเรียนที่ได้รับครั้งแรก

 


 

สถานบริการทางสุขภาพหลายแห่งให้บริการฟรีถ้าท่านมีบัตรเมดิแคร์ (Medicare Card) วิธีนี้เรียกว่าบัลค์ บิลลิ่ง (Bulk Billing) นั่นคือการเรียกเก็บเงินจากรัฐบาล แต่ยังคงต้องเสียค่ายาหรือค่าตรวจพิเศษที่แพทย์สั่งให้ทำถ้าหากมี สิ่งคำคัญคือกรุณาสอบถามว่าที่คลินิกนี้เป็น “บัลค์ บิลลิ่งหรือไม่” ก่อนที่ท่านจะปรึกษาแพทย์หรือพบเจ้าหน้าที่ และให้นำ Medicare Card ไปด้วยเสมอเมื่อท่านไปหาแพทย์ ไปคลีนิคหรือ โรงพยาบาล

 


 

หากมีความจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล บริการต่างๆ ที่มาจากโรงพยาบาลเหล่านี้อาจอำนวยความสะดวกให้ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งที่นี่จะมี บริการสำหรับผู้ป่วยนอก (Outpatient Services) และบริการสำหรับผู้ป่วยใน (In-patient Services) หากมีความจำเป็นต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล การเข้าใช้ระบบสุขภาพเมื่อท่านเจ็บป่วยอาจเป็นเรื่องยากลำบาก โดยเฉพาะหากภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ของท่าน เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของชาวออสเตรเลียซึ่งใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองนั้นมีระดับของ ‘การรู้หนังสือด้านสุขภาพ (health literacy)’ ที่ต่ำ – ซึ่งก็หมายความว่าพวกเขานั้นมีความเข้าใจเพียงเล็กน้อยว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อเจ็บป่วย และจะต้องไปที่ไหนเพื่อรักษาตัว แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกับผู้อพยพย้ายถิ่นฐานและผู้ที่มาถึงใหม่ๆ เท่านั้น  60 เปอร์เซ็นต์ของชาวออสเตรเลียทั้งหมดก็มีการรู้หนังสือด้านสุขภาพที่ต่ำ  (Source: SBS News/Omar Dabbagh)

 


 

 

Medibank

 

ข้อดีของประกันสุขภาพเมดิแบงค์ก็คือมีศูนย์มากกว่าที่อื่นๆ สามารถไปสอบถามข้อมูลได้สะดวกขึ้น สำหรับส่วนที่ประกันสุขภาพเมดิแบงค์ครอบคลุมด้านต่างๆดังต่อไปนี้

-          ค่าแพทย์ผู้รักษา(รวมทั้งผู้รักษาเฉพาะทาง) ซึ่งเป็นผู้รักษาคุณที่โรงพยาบาล,ที่บ้าน หรือเป็นแพทย์ผ่าตัด

-          ค่าเวชศาสตร์ เช่น การตรวจเลือด

-          ค่าเอกซเรย์ สำหรับค่าใช้จ่ายที่เราจะได้รับหรือที่เราเบิกคืนได้นั้นก็จะแตกต่างกันไปสำหรับแพทย์ทั่วไป (General Practitioner) เมดิแบงค์จะจ่าย 100 เปอร์เซ็นต์ของ Medicare Benefits Schedule (MBS)

 


 

Medicare Benefits Schedule (MBS)

คือตารางของบริการต่างๆซึ่งแจกแจงเมดิแคร์จ่ายผลประโยชน์ และกฎต่างๆที่บังคับใช้กับการจ่ายเงินเหล่านั้น โดยบริการแต่ละบริการมีค่าใช้จ่าย (ค่าใช้จ่าย MBS) ซึ่งได้รับการกำหนดโดยรัฐบาลออสเตรเลียสำหรับการคำนวณผลประโยชน์ต่างๆที่จะต้องจ่ายให้กับบริการนั้นๆ เราสามารถตรวจสอบตาราง MBS ได้ที่เวบไซต์นี้ค่ะ http://www.mbsonline.gov.au แล้ว เลือกที่ด้านซ้ายมือ A – Z เราก็จะได้ตารางที่รัฐบาลกำหนดจ่ายให้กับสิ่งที่เราสูญเสียไป           ยกตัวอย่างเช่น สำหรับค่าแพทย์ทั่วไป เมดิแบงค์จะจ่ายเรา 100 เปอร์เซ็นต์ของ MBS เราก็ต้องไปเปิดเวบด้านบนเอาว่า MBS ว่าแต่ละอย่างรัฐบาลเขาให้จ่ายได้มากที่สุดเท่าไหร่ ถ้าเมดิแบงค์บอกว่าจ่าย 100 เปอร์เซ็นต์ คือไม่ใช่ 100 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดนะคะ แต่เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ของ ตาราง MBS สำหรับค่าใช้จ่ายของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เมดิแบงค์จะทั้งหมด 85 เปอร์เซ็นต์ของ MBS ดังนั้นๆ น้องๆนักเรียนอาจจะต้องจ่ายอีก 15 เปอร์เซ็นต์ของที่เหลือกันด้วย

 


 

ค่าใช้จ่ายครอบคลุมสำหรับโรงพยาบาล

โรงพยาบาลในประเทศออสเตรเลียมี 2 แบบนั่นก็คือโรงพยาบาลรัฐบาล ซึ่งดำเนินการโดยรัฐบาลสหพันธรัฐและโรงพยาบาลเอกชนซึ่งดำเนินการโดยผู้ดำเนินการพาณิชย์ -          การรักษาพยาบาลใน Members’ Choice Private Hospital Members’ Choice hospital คือโรงพยาบาลเอกชนซึ่งอยู่ในเครือข่ายของเมดิแบงค์ ซึ่งทางเมดิแบงค์ Private จะมีสัญญากับทางโรงพยาบาลเหล่านี้ โดยทางเมดิแบงค์ Private จะจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆเป็นจำนวนเต็มสำหรับผู้ที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลเหล่านี้

-          ที่พักค้างคืนสำหรับห้องรวมหรือห้องเดี่ยว

-          ผู้ป่วยที่เข้ารักษาที่โรงพยาบาลโดยค้างคืนเพียงคืนเดียว

-          ค่าผ่าตัดอวัยวะเทียมแบบมาตรฐานและรายการอื่นๆจาก ตารางอวัยวะเทียมของรัฐบาลสหพันธรัฐ

-          ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ทางเมดิบแบงค์ได้ทำสัญญาไว้กับทางโรงพยาบาล อาทิตย์เช่น ค่ายาซึ่งถูกสั่งโดยตรงจากโรงพยาบาลเพื่อใช้ในการรักษาอาการที่ต้องนอนโรงพยาบาล,บริการเพิ่มเติมบางประเภท,ค่าหนังสือพิมพ์,ค่าโทรทัศน์,และค่าโทรศัพท์ในประเทศ) หากคุณผู้อ่านต้องการตรวจสอบว่าโรงพยาบาลใดที่เป็นโรงพยาที่เป็น Members’ Choice Hospital บ้างให้ตรวจสอบได้ที่เวบไซต์นี้ได้เลย http://www.medibank.com.au/Client/StaticPages/FindProvider.aspx

 


 

การรักษาในโรงพยาบาลรัฐบาล

เมดิแบงค์ private จะจ่ายค่ารักษาเป็นจำนวนเต็มสำหรับผู้ที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลรัฐในกรณีที่

-          ที่พักค้างคืนสำหรับห้องรวม

-        ผู้ป่วยที่เข้ารักษาที่โรงพยาบาลโดยค้างคืนเพียงคืนเดียวสำหรับห้องแชร์เท่านั้น -     ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เกิดอุบัติเหตุและคนไข้ฉุกเฉินและคนไข้นอกและบริการหลังการรักษา (ทางโรงพยาบาลจะแจ้งค่าใช้จ่ายหากคุณไม่ต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาล)

-          ค่าผ่าตัดอวัยวะเทียมแบบมาตรฐานและรายการอื่นๆจาก ตารางอวัยวะเทียมของรัฐบาลสหพันธรัฐ อย่าลืมว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองนะคะ

 


 

การรักษาในโรงพยาบาลที่ไม่ใช่ Members’ Choice

          ถ้าหากคุณผู้อ่านเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ไม่ได้มีสัญญากับบริษัทเมดิแบงค์หรือโรงพยาบาลรัฐ เราจะเสียค่าใช้จ่ายที่แพงมากค่ะ ค่ารักษาของแต่ละโรงพยาบาลก็แตกต่างกันไป

 


 

การเจ็บป่วยที่ต้องการบริการรถพยาบาล

          บริษัทเมดิแบงค์ครอบคลุมค่าบริการรถพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นในการใช้บริการนี้ซึ่งสำหรับบริการรถพยาบาลที่ได้รับการอนุมัติโดยบริษัทเมดิแบงค์ private

 


 

ยาซึ่งแพทย์เป็นผู้สั่ง

          ประกันสุขภาพของเมดิแบงค์สำหรับนักเรียนต่างชาติยังช่วยน้องๆจ่ายค่ายาเวลาที่น้องๆไปหาหมอแล้วหมอออกใบสั่งยามาอีกด้วยนะคะ (ไม่รวมถึงยาคุมกำเนิดแบบรับประทานและยาที่คุณหมอสั่งเพื่อจุดประสงค์ทางด้านความงาม)           เงินที่ทางบริษัทจ่ายนี้ ทางบริษัทจะจ่ายครอบคลุมถึง 50 เหรียญต่อ 1 ใบสั่งยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามได้ที่ 132 331 ค่ะ

 


 

สิ่งที่ทางบริษัทประกันสุขภาพไม่ได้จ่ายครอบคลุม

 

-          บริการทางการแพทย์เกี่ยวกับเรื่องการผสมเทียมเพื่อให้มีลูกได้ เช่น IVF

-ในกรณีที่ทางบริษัทกำหนดมาให้ว่าเราจะต้องอยู่ห้องรวมแล้วเรายื่นความประสงค์ขอพักห้องเดี่ยว เราจะต้องจ่ายส่วนต่างนะคะ

-          บริการอื่นๆจากโรงพยาบาลซึ่งเป็นบริการที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาการป่วยของน้องๆ -          ค่าบริการผู้ป่วยนอก(รวมไปถึงผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุและผู้ป่วยฉุกเฉิน) สำหรับโรงพยาบาลเอกชน

-          ค่าหนังสือพิมพ์,โทรทัศน์,โทรศัพท์ ยกเว้นโรงพยาบาลที่เป็น Members’ Choice

-          เงินที่น้องๆนักเรียนจะได้รับคืนหรือเบิกได้ไม่รวมค่าผ่าตัดเพื่อความสวยงามหรือค่าตรวจสุขภาพ เวลาที่เราไปตรวจสุขภาพตอนต่อวีซ่านะคะ นอกจากนี้ยังมีค่าอื่นๆบางอย่างที่ทางบริษัทไม่ได้จ่ายครอบคลุม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่หมายเลข 132 331

 


 

Medicare

เมดิแคร์ออสเตรเลีย คือ หนี้สาธารณะเกี่ยวกับโครงการการดูแลสุขภาพสากลในออสเตรเลีย ที่ดำเนินการโดยรัฐบาล หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การระดมทุนของการดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียและถาวร (ยกเว้นผู้ที่อยู่ในเกาะนอร์โฟล์ค ) เว็บไซน์ Aboutaussie ได้อธิบายถึง Medicare และ Medicare Levy ไว้ว่า “เมดิแคร์เป็นชื่อของหน่วยงานรัฐบาลที่ดูแลประชาชนในด้านการประกันสุขภาพ ผู้ถือสัญชาติออสเตรเลียหรือถือวีซ่าถาวรออสเตรเลียจะมีสิทธิได้รับการคุ้มครองด้านสุขภาพจากเมดิแคร์ สามารถนำใบเสร็จรับเงินค่าหมอมาเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลคืนได้ที่สำนักงานเมดิแคร์ อาจจะได้คืนในรูปเงินสดหรือเช็คก็แล้วแต่ หรือหากไปหาหมอที่ติดป้าย Bulk Bill ก็ไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเพราะทางหมอจะเป็นฝ่ายไปเบิกเอง แต่ถ้าเป็นการไปพบหมอเฉพาะทาง ทางเมดิแคร์อาจจะไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลให้หมดแต่ก็จะช่วยบางส่วนโดยคนไข้จะจ่ายราคาเต็มแล้วไปเบิกคืนทีหลังหรือจ่ายเฉพาะส่วนที่เบิกไม่ได้ อันนี้แล้วแต่ว่าแต่ละคลินิกมีนโยบายอย่างไร”

 


 

Medicare Levy

เป็นการจัดเก็บภาษีจากประชาชนในอัตรา 1.5% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีเพื่อนำไปสมทบทุนให้แก่เมดิแคร์ อัตราจัดเก็บภาษี Medicare Levy นี้จะขึ้นอยู่กับรายได้ หากมีรายได้สูงและไม่ได้ทำประกันสุขภาพเอกชนไว้จะต้องเสียภาษีนี้ในอัตราที่สูงกว่าปกติ ส่วนผู้ที่มีรายได้น้อยอาจจะจ่ายในอัตราที่ต่ำกว่าหรือได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษีนี้ ดังนั้นผู้ที่มีรายได้สูงส่วนใหญ่มักจะทำประกันสุขภาพเอกชนเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีตรงนี้ได้

 


 

สิ่งที่ Medicare ไม่คุ้มครอง

•         ค่ารักษาพยาบาลในส่วนที่เกินจากราคามาตรฐาน ซึ่งประกันเอกชนอาจจะคุ้มครองในส่วนนี้

•         ค่าห้องและค่ารักษาหากต้องนอนโรงพยาบาลรัฐในแบบคนไข้เอกชน เช่นคนไข้ต้องการเลือกหมอและโรงพยาบาลเอง

•         ค่าห้องและค่ารักษาหากต้องนอนโรงพยาบาลเอกชน ค่ายา (ปกติค่ายาจะได้รับการช่วยเหลือจากทางรัฐบาลในเรื่องราคาอยู่แล้ว)

•         ค่ากายภาพบำบัด ค่าทำฟัน ค่าบำบัดรักษาโรคเกี่ยวกับเท้า เป็นต้น ยกเว้นโรคเรื้อรังบางอย่าง

•         ค่าส่งตัวคนไข้มารักษายังโรงพยาบาล

•         ค่าทำศพ

 


 

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนแข็งแรง ปราศจากโรคภัยกันโดยถ้วนหน้า โดยเฉพาะน้องๆ นักเรียนที่เพิ่งมาอาศัยอยู่ได้ไม่นาน ขอให้ผ่านช่วงรอยต่อระหว่างฤดูกาลไปด้วยความสุข สุขภาพแข็งแรง และท่องเที่ยวให้สนุกกับช่วงฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงนี้

 


 

 

Related Posts