เงื่อนไขการทำงานของวีซ่านักเรียน

และการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลชุดใหม่!!!!!!

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยค่ะสำหรับ VisaTalk by CPSydney โดยในฉบับเดือนกันยายนนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อนที่มีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลออสเตรเลียในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะมีผลกระทบอะไรบ้าง (รึเปล่า) กับอุตสาหกรรมวีซ่าต่างๆในออสเตรเลีย

 

เงื่อนไขการทำงานของวีซ่านักเรียน

และการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลชุดใหม่!!!!!!

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยค่ะสำหรับ VisaTalk by CPSydney โดยในฉบับเดือนกันยายนนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อนที่มีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลออสเตรเลียในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะมีผลกระทบอะไรบ้าง (รึเปล่า) กับอุตสาหกรรมวีซ่าต่างๆในออสเตรเลีย นอกจากนี้เรายังจะพูดถึงอีกประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกันมานานว่า “สรุปแล้ว คนติดตามวีซ่านักเรียนสามารถทำงาน Full Time ได้หรือไม่?” เดี๋ยวเรามาดูกันเลยว่าผลสรุปของเรื่องต่างๆในฉบับประจำเดือนกันยายนนี้จะเป็นอย่างไร

 


 


มาเริ่มกันที่ประเด็นร้อนล่าสุดอย่างการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลออสเตรเลียในเดือนที่แล้วกันก่อนดีกว่า…อย่างที่หลายๆคนคงทราบกันดีแล้วว่า ตอนนี้รัฐบาลออสเตรเลียได้มีการผลัดเปลี่ยนเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การบริหารประเทศของท่านนายกรัฐมนตรี Scott MORRISON เป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็เหมือนที่ประเทศไทยแหล่ะที่จะต้องมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งก็ได้คลอดโผและประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมานี่เอง (สำหรับใครที่สนใจข่าวการเมืองของประเทศออสเตรเลียอย่างจริงจัง ก็สามารถเข้าไปดูรายชื่อของคณะบริหารทั้งหมดได้ที่ https://www.theguardian.com/australia-news/2018/aug/26/cabinet-reshuffle-full-list-of-scott-morrisons-new-ministry ได้เลยนะคะ)

 


 

ดูผิวเผินแล้ว มันก็คงไม่มีอะไรที่คนไทยอย่างเราต้องใส่ใจหรอกค่ะ แต่คราวนี้ประเด็นมันอยู่ที่ว่า มันมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวีซ่านี่หน่ะสิ ถ้ายังพอจำกันได้ในสมัยของรัฐบาลที่บริหารงานโดย Malcolm TURNBULL ได้มีการรวมเนื้องานทางด้านวีซ่า และอิมมิเกรชั่นจาก Department of Immigration and Border Protection (DIPB) เข้ากับหน่วยงานป้องกันความปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ และเปลี่ยนชื่อกระทรวงเป็น Department of Home Affairs (DHA) ในสมัยของนายกฯ TURNBULL ที่ค่อนข้างหัวโบราณและอยากจะสงวนทุกอย่างไว้ให้คนออสเตรเลีย โดยได้แต่งตั้งให้ Peter DUTTON ดำรงตำแหน่งนายกฯประจำกระทรวงดังกล่าว ทำให้ DHA ในยุคของ TURNBULL และ DUTTON มีหน้าที่ดูแลความมั่นคง และความปลอดภัยต่างๆของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้รวมในส่วนของวีซ่าเข้าไปด้วย เป็นผลให้อะไรหลายๆอย่างดูยากขึ้นไปหมดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจากนโยบายความปลอดภัยของนายกฯ และนายกฯประจำกระทรวง 2 ท่านนี้

 


 

แล้วพอคราวนี้ หลังจากที่ได้ทราบว่าออสเตรเลียจะเข้าสู่การบริหารภายใต้รัฐบาลใหม่ที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรี Scott MORRISON ก็ทำให้ migration agent ประจำ CPSydney office พลอยลุ้นไปด้วยว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกระทรวงต่างๆหรือไม่ เพราะว่า Scott MORRISON นี่แหล่ะที่เป็นเหมือนโต้โผที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการรวมเรื่องวีซ่า และอิมมิเกรชั่นเข้ากับความปลอดภัย และความมั่นคงต่างๆของประเทศอย่างที่นายกฯคนเก่าได้ทำไว้ เพราะท่านนายกรัฐมนตรี Scott MORRISON ได้มองเห็นว่าคนต่างชาตินี่แหล่ะที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และไม่ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างที่นายกฯรัฐมนตรีคนก่อนได้มีมุมมองแบบนั้น...จนในที่สุด ในวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรี Scott MORRISON ก็ได้ประกาศคณะทำงาน หัวหน้ากระทรวงต่างๆออกมาตามลิงค์ข้างต้น ซึ่งข่าวดีก็คึอมีการเปลี่ยนแปลงจริงๆด้วยค่ะ ไม่ได้แค่เฉพาะในเรื่องของหัวหน้ากระทรวงเท่านั้นนะ หากแต่ยังมีการเปลี่ยนโครงสร้างของงาน และโยกกลับไปเป็นตามนโยบายที่ท่านนายกฯ Scott MORRISON เคยคัดค้านนายกฯคนเก่าไว้อีกด้วย โดยยังคงให้มีกระทรวงความมั่นคงของประเทศอย่าง Department of Home Affairs และบริหารงานโดย Peter DUTTON ตามเดิม ซึ่งจะมุ่งเน้นไปในเรื่องของความปลอดภัยของประเทศจริงๆไม่ว่าจะเป็นพวก cyber security, law enforcement, border of protection, และ security agencies แล้วได้โยกเนื้องานที่เกี่ยวข้องกับพวกวีซ่า และอิมมิเกรชั่นไปอยู่ในส่วนของ Department of Immigration, Citizenship, and Multicultural Affairs แทน โดยให้ David COLEMAN เป็นผู้ดูแลกระทรวงดังกล่าว

Source: https://www.smh.com.au/politics/federal/prime-minister-scott-morrison-reveals-new-cabinet-20180826-p4zzve.html

 


 

เอาจริงๆ ทางเราก็ยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัดนะคะว่าทิศทางการบริหารงานโดยรวมของท่านนายกฯ Scott MORRISON จะเป็นอย่างไร แล้วนายกฯประจำกระทรวง Department of Immigration, Citizenship, and Multicultural Affairs อย่าง David COLEMAN มีนโยบายในเรื่องของคนต่างชาติอย่างไร เพราะตามที่ข่าวได้ลงในข้างต้นเช่นกันว่า David COLEMAN ก็เป็นหนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนนายกฯคนเก่าอย่าง TURNBULL เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เชื่อว่าภายใต้การบริหารประเทศจากผู้นำคนใหม่อย่างท่านนายกฯ Scott MORRISON จะมีมุมมองที่ต่างออกไป ทำให้หลายๆอย่างอาจจะดีขึ้นค่ะ

 


 

มาต่อกันที่อีกประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกันมายาวนานเหลือเกินว่า “คนที่ถือวีซ่าติดตามนักเรียนสามารถทำงานได้กี่ชั่วโมง?” มาอ่านตรงนี้กันชัดๆเลยนะคะว่าทำได้กี่ชั่วโมง แล้วรายละเอียดของการนับชั่วโมงเป็นอย่างไรบ้าง

 


 

มาที่ประเด็นแรกกันก่อน คนที่ถือวีซ่าติดตามนักเรียนสามารถทำงาน ตามเงื่อนไข ของวีซ่านักเรียนได้กี่ชั่วโมง (Condition 8104) • คำตอบ: สามารถทำงานได้ไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ โดยนิยามของคำว่า 2 สัปดาห์ของอิมมิเกรชั่นคือ ระยะเวลาทั้ง 14 วัน โดยเริ่มนับจากวันจันทร์เป็นวันแรก...นอกจากนี้ จาก immigration website ยังได้มีการระบุอย่างชัดเจนอีกว่า “คนที่ถือวีซ่าติดตามนักเรียนจะไม่สามารถทำงานได้ ถ้าคนหลัก (คนที่เป็นนักเรียน) ยังไม่ได้เริ่มเรียน”

• ข้อยกเว้น คนติดตามจะสามารถทำงานได้มากกว่า 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ (ที่จริงเขาใช้คำว่า unlimited hours เลยด้วยซ้ำ) ก็ต่อเมื่อคนหลักที่เป็นนักเรียนลงเรียน และเริ่มเรียนในหลักสูตรปริญญาโท หรีอปริญญาเอก เท่านั้น

Source: https://www.homeaffairs.gov.au/trav/stud/more/visa-conditions/visa-conditions-family

 


 

ว่ากันต่อให้ละเอียดลงไปอีกในส่วนของเงื่อนไขการทำงานของวีซ่านักเรียน (Condition 8105 พูดถึงเฉพาะคนหลักที่เป็นผู้เรียนเท่านั้นนะคะ) คือ จะสามารถทำงานได้ 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ก็ต่อเมื่อเริ่มเรียน และอยู่ในช่วง course in session เท่านั้น นอกจากนี้ยังจะสามารถทำงานได้แบบ unlimited hours ในช่วงที่ course out of session อีกด้วย (เดี๋ยวจะมาลงรายละเอียดให้ทราบว่า course in session และ course out of session คืออะไร) ซึ่งนิยามของงานที่สามารถทำได้ 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ จะไม่นับรวมกับการทำงานในโปรแกรมการฝึกงานที่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรที่ได้ลงทะเบียนเรียนมา และงานอาสาสมัครต่างๆ สุดท้ายคือข้อยกเว้นสำหรับเงื่อนไขการทำงานของวีซ่านักเรียนที่นักเรียนจะสามารถทำงานได้แบบ unlimited hours ได้ตลอดเวลาก็คือ นักเรียนคนนั้นจะต้องเรียนในหลักสูตร Master Degree by research หรือ Doctoral Degree ในออสเตรเลีย และต้องรอให้เริ่มเรียนในหลักสูตรดังกล่าวไปแล้วเท่านั้น ถึงจะสามารถทำงานได้แบบ unlimited hours ไม่ว่าจะเป็นตอน course in session หรือ course out of session ก็ตาม

 


 

นิยามของคำว่า course in session และ course out of session

- Course in session

• อยู่ในช่วงระยะเวลาเรียนตามที่ได้ระบุไว้ รวมถึงช่วงเวลาสอบด้วย ตีความให้เข้าใจง่ายๆ คือ นับเอาตามเวลาของคอร์สเรียนที่ระบุไว้ในเอกสารยืนยันการสมัครเรียน หรือ CoE นั่นเอง

• ช่วงที่ไปเรียนคอร์สอื่นเพิ่มเติมในช่วงปิดเทอมก็นับเช่นกัน แต่คอร์สดังกล่าวจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของคอร์สที่เรียนในปัจจุบัน

- Course out of session

• ช่วงปิดเทอม • ในกรณีที่คอร์สถูกเลื่อนออกไป หรือยกเลิก โดยจะต้องสอดคล้องกับ Standard 9 of the National Code of Practice for Providers of Education and Training to Overseas Students

• จบคอร์สตาม CoE เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังมีวีซ่าเหลืออยู่

• หลักสูตรที่ลงทะเบียนเรียนมาถูกยกเลิกจากความผิดพลาดของโรงเรียน จนกว่าจะมีหลักสูตรใหม่มาแทนที่ และเริ่มเรียนในหลักสูตรใหม่ Source: https://www.homeaffairs.gov.au/trav/stud/more/work-conditions-for-student-visa-holders

 


 

ก่อนจะจบกันไปในฉบับนี้ เราก็มีอัพเดทล่าสุดเกี่ยวกับ Skilling Australians Fund (SAF) ที่เราเคยเขียนไปให้อ่านในฉบับก่อนหน้านี้ ก็ตอนนี้คอนเฟิร์มแล้วนะคะว่าเจ้าตัว SAF เนี่ยะจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2018 เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย (Employer Sponsored Skilled visas) จำพวก visa subclass 457, 482, 186, และ 187 จะต้องชำระ Training Benchmark A หรือ Training Benchmark B จนถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2018 ก่อนที่ SAF จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการตามที่ได้ประกาศออกมา สามารถหาอ่านย้อนหลังเกี่ยวกับ Skilling Australians Fund (SAF) ได้ที่ https://visatalkbycpsydney.blogspot.com/2018/07/skilling-australians-fund-saf-visa.html หรือถ้าจะอ่านตัวเต็มจาก immigration website ก็สามารถจิ้มไปที่ลิงค์นี้ได้เลยนะคะ https://www.homeaffairs.gov.au/trav/work/empl/skilling-australia-fund

 


 

จบเนื้อหาของฉบับประจำเดือนกันยายนไว้เพียงเท่านี้ สำหรับฉบับหน้า CPSydney office จะมาเล่าให้ฟังถึงกรณีศึกษาของเคสที่ถูกปฏิเสธมาจากการทำ partner visa กับทนายคนหนึ่ง แล้วได้เข้ามาให้ Migration agent ประจำ CPSydney office ของเราช่วยแก้ไขเคสจนสำเร็จให้ฟังในฉบับหน้าประจำเดือนตุลาคมนะคะ...สุดท้าย หากใครอยากปรึกษาเกี่ยวกับการทำวีซ่าต่างๆในออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นวีซ่านักเรียน วีซ่าทักษะต่างๆ และวีซ่าครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าคู่ครอง วีซ่าพ่อแม่ และวีซ่าลูก ก็สามารถติดต่อเราเข้ามาได้ที่โทร (+61) 2 9267 8522 หรือจะทักแชทกันมาที่ www.facebook.com/cpsyd ได้เลยนะคะ

 


 

สำหรับฉบับนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ CPSydney office Team

 


 

 

 

Related Posts