ประสบการณ์ที่แสนปวดใจ

บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบดอกกุหลาบเสมอไป...อะไรที่คิดไว้ว่าชัวร์ๆ โอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก บางครั้งมันก็มาเร็วจนปรับใจไม่ทัน... ผมกำลังพูดถึง D850 กล้อง DSLR ตัวท๊อปของฝั่ง Nikon อายุงานแค่ 2 เดือน กับจำนวนชัตเตอร์ที่รัวไปแค่ 300 กว่าเฟรมเท่านั้น ตอนนี้มันสิ้นชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว...ฮือๆๆๆๆๆ

 

ประสบการณ์ที่แสนปวดใจ

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบดอกกุหลาบเสมอไป...อะไรที่คิดไว้ว่าชัวร์ๆ โอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก บางครั้งมันก็มาเร็วจนปรับใจไม่ทัน... ผมกำลังพูดถึง D850 กล้อง DSLR ตัวท๊อปของฝั่ง Nikon อายุงานแค่ 2 เดือน กับจำนวนชัตเตอร์ที่รัวไปแค่ 300 กว่าเฟรมเท่านั้น ตอนนี้มันสิ้นชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว...ฮือๆๆๆๆๆ

 


 

ถ่ายรูปด้วย   Nikon D800e
ISO100   24mm   f11  1/4sec                  
 แต่ภาพด้วย  Lightroom 5                    
สถานที่        Narrabeen Head  ถ่ายรูปด้วย Iphone 7+    

                ใจผมว่างแผนไว้ถ้าวันอาทิตย์ไปถ่ายรูปถ้าได้ภาพที่ไม่ถูกใจจะมีเวลาไปแก้ตัวอีกวันคือวันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม เป็นวันหยุด ( วันแรงงานของรัฐนิวเซาท์เวลส์  ) แต่ว่าวันอาทิตย์เช้าวันนั้นเป็นวันที่ผมไม่มีวันลืมได้เลยตลอดชีวิต มันน่าจะเป็นเช้าที่สดใส แถมอากาศดีสุดๆไม่เย็นและไม่ร้อนเหมาะกับการเดินถ่ายรูปเล่นชิวๆ แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นเลยมันเป็นวันเป็นวันที่เศร้า ใจหัวใจแทบแตกสลายเหมือนโดนใครเอามีดมาแทงที่ขั้วหัวใจ เหมือนคนตายทั้งเป็นอย่างไงอย่างงั้น เรื่องมีอยู่ว่า 

 


 

ถ่ายรูปด้วย Iphone 7+

ผมตื่นนอนประมาณตีสี่ครึ่งทำกิจวัตรตามปกติแล้วเตรียมตัวไปออกถ่ายรูปให้ทันแสงเช้าก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นประมาณตีห้านิดๆ พร้อมกล้องคู่ใจตัวใหม่ที่พึ่งซื้อ ( Nikon D850 ) ไม่ถึง 2 เดือน ชัดเตอร์ไม่เกิน 300 ก่อนออกจากบ้านผมได้วาดภาพไว้ในใจว่าจะไปถ่ายอะไรมุมไหนตรงไหนพร้อมความมั่นใจเต็มร้อยที่จะได้ภาพสวยๆกลับบ้าน เหมือนทุกๆครั้ง ผมได้ขับรถออกเดินทางไปยังสถานที่ที่ผมวาดภาพไว้ในใจอย่างไม่ลังเล พอขับรถไปถึงสถานที่ก็จัดแจงหยิบไฟฉาย กระเป๋ากล้องและขาตั้งกล้องออกล่าแสงเช้าทันที เดินทางไปยังหาดอย่างใจจดใจจอว่าจะมีหินที่หาดจะเป็นสีเขียวอย่างที่เราวาดฝันไว้หรือเปล่า 

 


 

ถ่ายรูปด้วย Iphone 7+ 

ถ่ายรูปด้วย Iphone 7+   

                            แต่เนื่องจากผมไม่ได้ทำการบ้านมาก่อนที่จะออกเดินทางไปยังสถานที่นั้นซึ่งเป็นข้อเสียข้อนึงสำหรับคนที่ถ่ายภาพ และวันนั้นเป็นวันน้ำลง ค่อนข้างแห้งพอสมควร ทำให้ผมเริ่มผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อย ผมเลยเดินดูสำรวจสถานที่ในขณะที่ฟ้ายังมืดด้วยไฟฉายแบบใส่ที่หัว พอเดินสำรวจได้ระยะนึง ผมเลยคิดว่าถ่ายหินสีเขียวน่าจะไม่รอดแน่ๆก่อนที่พระอาทิตย์ขึ้นผมต้องรีบหามุมถ่ายมุมใหม่ก่อนดีกว่า พอคิดได้อย่างนั้น ความคิดนึงก็ผ่านเข้ามาในหัวทันที่ มุมสระน้ำริมหาด ( Rock Pool ) ขึ้นมาในหัวทันที  North Narrabeen Rockpool ( ที่อยุ่ Narrabeen Park Parade North Narrabeen NSW 2101 ) 

 


 

                                              

          ถ่ายรูปด้วย   Nikon D850 
ISO100  14mm  F13  5.0sec                    
แต่ภาพด้วย  Lightroom cc                    
 สถานที่        Narrabeen Rockpool

ผมเลยรีบเดินไปให้ทันก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น พอถึงก็จัดแจงหยิบกล้องคู่ใจตัวใหม่ออกมาพร้อมกางขาตั้งกล้องตรงสระ ดูมุมจัดมุมอย่างไม่ลังเล แต่เจ้ากรรม เนี่องจากเป็นวันหยุดยาว จึงมีนักท่องเที่ยวมาพักตั้งแคมกันเยอะ และบังเอินตอนนั้นก็มีฝรั่งพาลูกสาวและลูกชายประมาณ 5-6 ขวบมาถ่ายรูปด้วยตรงสระน้ำ แถมมาวิ่งเล่นตรงสระที่เราถ่ายรูปพอดีอีก ผมคิดในใจเอาว่ะรอให้เด็กวิ่งเล่นให้พอค่อยถ่ายรูปก็ได้ แต่เจ้ากรรม ไม่หยุดวิ่งเล่นซักที เลยกดถ่ายไป 1รูปเแล้วเปลี่ยนขยับไปมุมข้างๆทันที มุมข้างๆสระ ตั้งใจจะจัดน้ำพุ้งๆ เลยหาที่กางขาตั้งกล้องจัดมุม กดถ่ายไป 1 ใบ เพื่อดูให้มั่นใจว่าได้มุมอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่แม่เจ้ากระเป๋ากล้องอยู่ตรงมุมแรกที่ถ่ายไว้ไม่ได้พกติดตัวมาด้วยทำไงละทีนี้ต้องเดินไปหยิบกระเป๋าเอาฟิวเตอร์ 10 สต๊อปที่อยู่ในกระเป๋า เพื่อต้องการทำน้ำให้ฟุ้งๆ อย่างที่วาดภาพไว้ แต่ด้วยความที่คิดที่มักง่ายว่า วางกล้องไม่ไกลจากที่ที่ถ่ายรูปจากจุดแรกไม่กี่ก้าวเลยเอากล้องวางไว้ไม่หยิดติดมือไปด้วยแต่ช่วงจังหวะที่จะเดินไปก็คิดว่ากล้องคงวางไว้ไม่ปลอดภัยแน่ๆ เลยหันกลับไปขยับกล้องให้ออกจากสระน้ำพอประมาณโดยคิดว่าปลอดภัยแล้ว จากนั้นก็เดินไปหยิบกระเป๋ากล้องเพื่อจะเอาฟิวเตอร์ ช่วงที่เดินหันหลังได้ประมาณ 2 ก้าวยังไม่ทันได้เดินก้าวที่3 ก็ได้ยินเสียงดังจุ้มเป็นเสียงที่ไม่ปรารถนาเป็นเสียงที่ไม่อยากได้ยินเลยในชีวิต พอหันไปภาพที่เห็นคือกล้องหาย......... ร่างกายไปยังสระน้ำโดยอัตโนมัติภาพที่เห็นคือกล้องลงไปดำน้ำเล่นเป็นที่เรียบร้อย หัวใจแตกสลาย มือรีบคว้ากล้องในสระที่ดำน้ำเล่นอย่างเมามัน พอเอาขึ้นมาได้รีบทำการถอดกล้องออกจากขาตั้งกล้อง เลนส์และอุปการณ์ที่ติดกล้องออกหมด ( แบตเตอรี่, SD card, รีโมทชัดเตอร์ ) ทันที รีบเป่าเช็ดน้ำ แต่ในใจเต็มไปด้วยความเศร้า อยากร้องไห้แต่มันจุกร้องไห้ไม่ออก พอเช็ดทำความสะอาดได้ระดับนึง ซึ่งตอนนั้นในหัวคิดอะไรไม่ออกคิดแค่ต้องรีบกลับบ้านไปทำความสะอาดกล้อง ดังนั้นผมเลยอยากแนะนำเพื่อนๆว่าเวลาถ่ายรูปให้ระวังเรื่องขาตั้งกล้องว่างในที่พื้นที่เอียง หรือกางขาตั้งกล้องจัดวางได้ระดับสมดุลหรือไม่ สังเกตคนรอบข้างที่เราถ่ายรูปมีกี่คนทำอะไรอยู่ มีเด็กๆวิ่งเล่นหรือไม่ เพราะเวลาเราหัดหลังอะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดครับ

 


 

กล้องจมน้ำ

เช็ดกล้อง

ไดร์เป่าผม แต่สุดท้ายผมก็ตั้งสติได้ 

พอหมดวันหยุดยาวผมจึงรีบไปศูนย์นิคอลแต่เช้าเพื่อไปให้ศูนย์นิคอลดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง ก็บอกทางศูนย์นิคอลว่ากล้องตกน้ำทะเลซึ่งกล้องพึ่งซื้อมาใหม่แท้ๆ ซีนยางน่าจะมีการป้องกันได้ดีระดับนึง แถมตกลงน้ำไม่นาน ถ้ากล้องเก่าจะไม่ว่าเลยซีนยางเก่า ทางศูนย์บอกทางศูนย์จะทำการตรวจเช็คดูว่าสามารถซ่อมหรือทำอะไรได้บ้างซึ่งทางศูนย์ขอเวลา 3-4 วันแล้วจะติดต่อกลับแต่ถ้าทำอะไรไม่ได้จะเสนอกล้องตัวใหม่ให้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด  สุดท้ายก็ได้รับอีเมลจากศูนย์นิคอลว่าซ่อมไม่ได้ แต่ได้ให้ข้อเสนอกล้องตัวใหม่ในราคา $3,469.62 รวมภาษีแล้ว 

 


 

เมลนิคอล

กล้องนิคอลใหม่

งานนี้ก็ต้องกลับมาคิดอีกว่าจะเอายังไง กล้องเก่าก็ยังผ่อนไม่หมด กล้องใหม่ก็ต้องซื้ออีก จะรอผ่อนกล้องเก่าให้หมดก่อน ค่อยซื้อกล้องใหม่ ก็จะต้องซื้อกล้องใหม่ในราคาตลาดที่แพงเอาการอยู่ สุดท้ายคิดจนปวดหัวอยู่ 3-4 วัน ก็ตัดสินใจติดต่อกลับไปที่ศูนย์นิคอล ว่าผมสนใจอยากซื้อกล้องตัวใหม่ในราคาที่ศูนย์นิคอลเสนอมา แต่ทางศูนย์ติดต่อกลับมาบอกต้องใช้เวลาทำการพร้อมส่งของไม่เกิน 4 อาทิตย์ เนื่องจากของขาดตลอดนะอยู่ตอนนั้น ผมได้แต่ยิ้มแล้วตอบด้วยเสียงสบายใจ ได้ครับ สุดท้ายผมก็ได้กล้องตัวใหม่มาเติมเต็มความฝันเหมือนเดินแต่อาจจะเป็นกล้องที่มีราคามากกว่าคนอื่น 2 เท่า แต่ความสุขที่ได้รับอาจมากกว่าคนอื่นที่มีเหมือนกันก็เป็นได้  สิ่งที่ผมได้จากเหตุการณ์นี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิตคือการยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดให้ได้ อย่าจมปักกับปัญหาที่ผ่านมา อย่าโทษตำหนิตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ต้องข้ามผ่านและมองไปยังเป้าหมายปลายทางข้างหน้าต่อไป 

 


 

การเตรียมตัวและอุปกรณ์ในการออกถ่ายรูป 1 ศึกษาหาข้อมูลสถานที่จะไปนั้นๆ หรือถ้ามีโอกาสได้ไปก่อนควรเดินสำราจ ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากเพื่อความสะดวกในวันที่จะไปถ่ายรูปจริง 2 กล้อง 3 เมมโมรี่การ์ต 4 ขาตั้งกล้อง ( 1. ควรใช้ขาตั้งกล้องที่เหมาะสมกับกล้องที่ใช้ให้สมดุลกัน เช่น กล้องใหญ่ควรให้ขากล้องที่ใหญ่และแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักกล้องและอุปการณ์เสริมได้   2. ควรตรวจสภาพขาตั้งกล้องด้วยการโยกขากล้องดูว่าหลวมเกินไปหรืออยู่ในสภาพที่พร้อมใช้หรือไม่ ) 5 รีโมทชัดเตอร์ 6 ไฟฉาย  7 ถ้าไปเดินหาดทะเลที่มีหินหรือที่ลื่นล้มได้หรือเข้าป่าควรใส่รองเท้าที่เหมาะสมกับสถานที่เพื่อความปลอดภัย 8 ผ้าเช็ดกล้อง, ผ้าเช็ดเลนส์กล้อง

 


 

 การดูแลขั้นต้น 1 เช็ดทำความสะอาดกล้องทุกครั้งที่ใช้งาน 2 ทำความสะอาดขาตั้งกล้องด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้งแล้วนำไปตากแดดเพื่อให้มันใจว่าแห้งสนิท จากนั้นหยอดน้ำมันตามข้อเพื่อไม่ได้เกิดสนืมตามข้อต่อ 3 ทำความสะอาดอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น รีโมทชัดเตอร์, ฟิวเตอร์ ND และอื่นๆ  4 จัดเก็บอุปกรณ์ในที่ๆเหมาะสม เช่น ในกระเป๋ากล้องที่มีถุงกันความชื้น หรือ ตู้เก็บกันความชื้น เป็นต้น ( ไม่ควรวางไว้ที่ๆมีความชื้นเพราะจะทำให้อุปกรณ์ขึ้นราได้ )

 


 

เป็นยังไงบ้างครับเพื่อนๆจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมนี้ ผมอยากให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับเพื่อนๆว่าอย่าประมาณอย่าไว้ใจอะไร ทุกอย่างก็เกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ก็ให้ใช้สติแก้ไขปัญหาแล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ช่าวนี้ฝนตกทุกวันสถานที่บางทีก็ค่อนข้างอันตรายเวลาเพื่อนๆไปเที่ยวก็ระมัดระวังเรื่องกล้องและสิ่งของมีค่าก้นด้วยนะครับ

 


 

 

 

Related Posts