เมาแล้วขับ

ไม่ใช่แค่จำหรือปรับ

แต่โดนยกเลิกวีซ่าได้

พ่อน้องดอมได้เข้ามาปรึกษากับ Justine ขอให้ช่วยเอาน้องดอมออกมาจากสถานกักตัว (Detention) ด้วยเหตุผลที่ว่าน้องดอมถูกยกเลิกวีซ่าค่ะ ซึ่งพ่อของน้องดอมกันนั่งยันและยืนยันกับเราว่าน้องดอมไปเรียนตามปกติ ไม่ได้และไม่เคยมีปัญหาอะไรแต่อย่างใด อีกทั้งน้องดอมเองก็ได้ยื่นวีซ่านักเรียนตัวใหม่เข้าไปก่อนหน้านี้กับเอเจนท์อื่นแล้วด้วย คงสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่า แล้วน้องดอมโดนยกเลิกวีซ่าได้อย่างไร

 

มาแล้วขับ ไม่ใช่แค่จำหรือปรับ

แต่โดนยกเลิกวีซ่าได้เลยนะคะ

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับ VisaTalk by CPSydney ฉบับประจำเดือนพฤศจิกายนกันอย่างเช่นเคยนะคะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนที่ 11 ของปีแล้วค่ะ...และก็ถือได้ว่าปีนี้เป็นปีที่ค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่มากมายพอสมควรไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของวีซ่าทำงานที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ (รู้กันแล้วใช่ไหมว่าตอนนี้เขาเปลี่ยนเป็น subclass 482 กันแล้วนะคะ), ลิสต์อาชีพที่ยื่น PR ได้, รัฐบาลชุดใหม่ป้ายแดง และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งก็แน่นอนแหล่ะค่ะว่า Justine เองที่เป็น migration agent ก็ต้องปรับตัวกันเยอะพอสมควร และต้องเรียนรู้พยายามอัพเดทข้อมูลต่างๆอยู่อย่างสม่ำเสมอ แนวโน้มที่มีข่าวออกมาว่าจะเปลี่ยนแปลงมาแต่นานนมอย่างในเรื่องเงื่อนไขของ citizenship ที่มีข่าวมาตั้งแต่สิ้นปีที่แล้วจนป่านนี้จะครบปีแล้ว ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดค่ะ (แต่ก็อย่าได้นิ่งนอนใจกันไปนะคะ ถ้าใครครบระยะเวลาการถือ PR 1 ปีแล้วก็รีบๆยื่นขอ Australian citizenship กันได้เลยค่ะ) อย่างไรก็ดีเรื่องการเปลี่ยนแปลงฟ้าผ่ามันไว้วางใจกันไม่ได้ค่ะ หูตาต้องไวไว้ก่อน อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะยื่นวีซ่าอะไร ก็ลองโทรมาปรึกษากันก่อนได้นะคะ

 


 


ในฉบับนี้เราก็จะมาเริ่มต้นด้วยรายงานประจำปี 2017 – 2018 ของ Department of Hoe Affairs (DHA) ที่เพิ่งประกาศออกมาในวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมาค่ะ เชื่อหรือไม่คะว่าจากรายงานประจำปีของปีล่าสุดมีผู้ถูกปฏิเสธ (refusal) วีซ่าสูงถึง 308,150 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2016 -2017 ถึง 69,815 คนเลยนะคะ นอกจากนี้จากรายงานดังกล่าวยังมีการระบุอีกว่ามีผู้ถูกยกเลิก (cancellation) วีซ่าออสเตรเลียต่างๆสูงถึง 57,440 คนอีกด้วย เพิ่มขึ้นจากเดิมพอหอมปากหอมคอแค่เพียง 279 คนเท่านั้น

Source: https://www.homeaffairs.gov.au/ReportsandPublications/Documents/annual-reports/annual-report-2017-18.pdf

 


 

จากรายงานดังกล่าวนะคะ จะเห็นได้ว่าจำนวนของผู้ที่ถูกปฏิเสธ และยกเลิกวีซ่าเนี่ยะ ต่างก็เพิ่มขึ้นทั้งคู่ และเป็นตัวเลขที่สูงมากๆสำหรับยอดสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ก็เพราะว่าเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นเขาให้ความสำคัญกับการพิจารณาวีซ่าออสเตรเลียต่างๆมากขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลนั่นเองค่ะ ตัวอย่างผลงานชิ้นโบว์แดงล่าสุดก็ในเรื่องเงื่อนไขของวีซ่านายจ้างสปอนเซอร์ที่มีการเพิ่มเงื่อนไขสำหรับผู้สมัครเข้าไปว่า “จะต้องมีประสบการณ์ในตำแหน่งนั้นๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี จึงจะสามารถยื่นวีซ่านายจ้างสปอนเซอร์เข้าไปได้” (นี่ยังดีที่ไม่ได้ระบุมาว่าประสบการณ์ 2 ปีก่อนที่จะยื่นวีซ่า ต้องมาจากนายจ้างที่จะสปอนเซอร์ให้ด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นนี่ตายกันพอดีค่ะ)

 


 

วีซ่านักเรียนก็เป็นวีซ่าอีกประเภทที่กระทบกับน้องๆคนไทยกันเยอะเหมือนกัน จากนโยบายความเข้มงวดจากรัฐบาลชุดเก่าที่เน้นหนักในเรื่องของความเข้มงวดมากขึ้น และให้น้ำหนักไปที่ Genuine Temporary Entrant statement letter ที่เราต้องเขียนแนะนำตัวเอง รวมถึงเหตุผลของการเรียนในหลักสูตรนั้นๆว่าจะมีประโยชน์กับตัวผู้เรียนในอนาคตอย่างไร เล่นเอาเหนื่อยกันพอตัวกับการสำหรับคนที่ตั้งใจจะมาเรียนต่อในออสเตรเลียจริงๆ จนบางคนถอดใจไปเรียนต่อที่อื่นก็มีให้เราเห็นกันมานักต่อนักแล้วค่ะ ทั้งนี้ก็เพราะว่าเขาต้องการคัดเอาบุคคลที่มีความพร้อม และค่อนข้างมีคุณภาพเข้ามาในประเทศออสเตรเลียของเขานั่นเองค่ะ...ยังไงเขาก็อะลุ่มอล่วยอนุญาตให้สามารถทำงาน part time ภายใต้วีซ่านักเรียนกันได้แล้วก็พยายามทำตามกฎกันหน่อยค่ะ ผลลัพธ์มันอาจจะไม่ได้ตกกับตัวเราเองกันสักเท่าไหร่ หากแต่ว่ามันจะกระทบไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเอาหน่ะสิคะ เรื่องพวกนี้อย่ารอให้เกิดกับตัวเองหรือคนใกล้ตัว แล้วจะค่อยมาฉุกคิดเมื่อสายมันก็จะไม่ทันกาลเอาค่ะ ทางที่ดีถ้าได้วีซ่ามาแล้วไม่ว่าจะเป็นวีซ่าอะไรก็ตาม ก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของวีซ่าอย่างเคร่งครัดไม่ให้มีปัญหา อย่าพาตัวเองเข้าไปสู่ปัญหาด้วยความเจตนาหรือไม่เจตนาก็ดีเลยค่ะ เพราะถ้าหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขวีซ่าของตัวเองอย่างเคร่งครัด ก็อาจจะโดนยกเลิก (cancel) วีซ่าตามเคสตัวอย่างด้านล่างที่จะเอามาเล่าให้ฟังกันในฉบับนี้ค่ะ

 


 

อนึ่ง เราสามารถเช็ครายละเอียดเงื่อนไขวีซ่าต่างๆของตัวเองได้จากเอกสารวีซ่าของตัวเองนะคะ แล้วถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็สามารถไปดูนิยามของเงื่อนไขต่างๆจาก immigration website ได้ที่ https://www.homeaffairs.gov.au/

 


 

สำหรับกรณีศึกษาในวันนี้ได้ผ่านมาซักพักแล้วค่ะ แต่เพิ่งจะสบโอกาสได้นำมาเล่าให้ฟังกันในฉบับประจำเดือนพฤศจิกายนนี้ค่ะ โดยขออนุญาตให้ใช้นามสมมติว่า “ดอมินิค หรือน้องดอม” นะคะ คือ พ่อน้องดอมได้เข้ามาปรึกษากับ Justine ขอให้ช่วยเอาน้องดอมออกมาจากสถานกักตัว (Detention) ด้วยเหตุผลที่ว่าน้องดอมถูกยกเลิกวีซ่าค่ะ ซึ่งพ่อของน้องดอมกันนั่งยันและยืนยันกับเราว่าน้องดอมไปเรียนตามปกติ ไม่ได้และไม่เคยมีปัญหาอะไรแต่อย่างใด อีกทั้งน้องดอมเองก็ได้ยื่นวีซ่านักเรียนตัวใหม่เข้าไปก่อนหน้านี้กับเอเจนท์อื่นแล้วด้วย คงสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่า แล้วน้องดอมโดนยกเลิกวีซ่าได้อย่างไร

 


 

ต่อค่ะ... สืบทราบไปมาได้ทราบจากคุณพ่อของน้องดอมว่า น้องดอมได้โทรไปสอบถามกับทางอิมมิเกรชั่นเพื่อถามไถ่ถึงวีซ่านักเรียนตัวใหม่ที่ได้ยื่นเข้าไป เพราะว่าผ่านไปสักพักใหญ่แล้วก็ยังไม่ทราบผลสักที ทางอิมมิเกรชั่นก็ตอบกลับน้องดอมมาว่าให้มาหาที่อิมมิเกรชั่น เท่านั้นแหล่ะค่ะเมื่อน้องไปถึงอิมฯปุ๊บก็ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าน้องได้ถูกยกเลิกวีซ่าไปตั้งแต่ 1 เดือนก่อนหน้านี้แล้ว และที่โชคร้ายไปกว่านั้นคือน้องได้ถูกส่งไปยังสถานกักตัวโดยทันที (อย่างนี้มันเข้าข่ายล่อซื้อชัดๆ น่ากลัวมากๆเลยค่ะ) ซึ่งอิมมิเกรชั่นได้ระบุถึงการยกเลิกวีซ่าของน้องดอมไว้ว่า “น้องดอมเมาแล้วขับ และโดนศาลสั่งห้ามขับรถเป็นเวลา 6 เดือน พร้อมกับปรับเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งความผิดทางอญา” แล้วตอนที่ยื่นวีซ่านักเรียนตัวใหม่เข้าไปนั้น ดันไม่ได้แจ้งให้อิมฯทราบว่ามีคดีติดตัวอยู่ด้วยนั่นเองค่ะ ทำให้น้องดอมโดนยกเลิกวีซ่านักเรียนภายใต้เงื่อนไขของการมีความประพฤติ (character) ที่ไม่เหมาะสมนั่นเองค่ะ

 


 

ความโชคดีในความโชคร้าย... นี่ยังดีที่น้องไม่โดนข้อหา PIC 4020 อีกกระทงนะคะ PIC 4020 คือ การให้ข้อมูลเท็จ หรือการจงใจปิดบังข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น ซึ่ง PIC 4020 ก็เป็นอีกหนึ่งข้อกำหนดที่อิมมิเกรชั่นเอาไว้ใช้ในการพิจารณาวีซ่าออสเตรเลียทุกประเภท ถ้าหากเจ้าหน้าที่สงสัยว่ามีการใช้เอกสารปลอมหรือให้ข้อมูลเท็จ ผู้สมัครวีซ่านั้นๆก็อาจจะถูกปฏิเสธหรือยกเลิก และโดนแบนเป็นเวลา 3 ปีอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเป็นกรณีของเอกสารปลอมแล้วโดนเขาจับได้ด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ จะโดนแบนเป็นเวลา 10 ปีเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเอกสารปลอมที่ว่านี้เนี่ยะเป็นเอกสารประจำตัวพวก identification ต่างๆ ก็จะไม่สามารถขอแก้ต่างอะไรได้เลยค่ะ อย่าได้คิดว่าเรื่องนี้ไม่มีอยู่จริงนะคะ เพราะเจ้าหน้าที่ของเราก็เคยได้รับสาย และเห็นเอกสาร decision record ของน้องคนหนึ่งที่โทรปรึกษาเราจากการโดนแบน 3 ปีภายใต้ PIC 4020 มาแล้วค่ะ โดยเอกสารที่โดนระบุมาคือเอกสารการเงินที่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอิมมิเกรชั่นสามารถเข้าถึงเอกสารการเงินที่แนบไปได้อย่างไร เพราะเขาได้ระบุว่าจำนวนเงินที่ระบุกับจำนวนเงินในตอนที่อิมฯพิจารณาวีซ่าไม่ตรงกัน ทำให้เขาสงสัยในแหล่งที่มาของเอกสารการเงินดังกล่าว ซึ่งน้องคนนั้นก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงินก้อนใหญ่ก้อนนั้นมาจากไหน แต่น้องได้ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ของเราว่า เอเจนท์ชื่อดังแห่งหนึ่งได้นำเงินมาใส่ให้ ขออนุญาตไม่บอกอักษรย่อหรืออักษรตัวแรกนะคะ คือบอกไปเนี่ยะ รู้แน่นอนว่าคือที่ไหน อันนี้ก็อยากจะเตือนไว้ว่าให้คิดดีๆนะคะกับเรื่องแบบนี้เพราะความซวยมันไม่เข้าใครออกใคร และคนที่ได้รับผลเสียมากที่สุดคือตัวน้องๆเองค่ะ แต่สำหรับใครที่ใช้บริการยื่นวีซ่ากับทางเราก็สบายใจได้เลยค่ะ เราไม่มีบริการเสริมแต่งบัญชีให้แต่อย่างใด เพราะเราตระหนักถึงผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับน้องๆค่ะ

 


 

วกกลับมาในเรื่องของน้องดอมินิค...เว่ากันซื่อๆ เอากันตรงๆ ก็ผิดตั้งแต่ที่ยื่นวีซ่าแล้วแหล่ะค่ะที่ไม่บอกข้อมูลเขาให้หมด พอเรื่องแดงจะมาแก้ตัวทีหลังมันก็สายเกินไปแล้ว และประเด็นที่ว่ารอวีซ่ามาสักพักแล้วยังไม่ทราบผลคุณพ่อของน้องก็ไม่ได้บอกว่ารอนานขนาดไหน ถ้ายังไม่เกิน 2 เดือนสำหรับวีซ่านักเรียนก็ยังถือว่าเป็นเรื่องปกติได้อยู่ อีกวิธีแก้ถ้ากลัวว่าจะโดนล่อซื้อแบบน้องดอมินิค ก็ลองเช็ค visa status ของตัวเองจาก VEVO ก่อนก็ได้ ถ้ารู้จากทางนี้แล้วได้รับคำปรึกษาที่ถูกต้องก่อนที่จะโดนล่อซื้อจากอิมมิเกรชั่นบางทีน้องดอมก็อาจจะไม่โดนจับไปอยู่ที่สถานกักตัวก็ได้ค่ะ ซึ่งก็ต้องเรียนกันตามตรงว่าตอนนี้เราก็ไม่ทราบว่าเคสของน้องดอมนั้นเป็นอย่างไรแล้ว เพราะหลังจากที่คุณพ่อของน้องได้เข้ามาปรึกษากับทางเราแล้วก็หายไปเลยค่ะ ยังไงก็ขอให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีนะคะ ทางเราเป็นกำลังใจให้ค่ะ

 


 

สำหรับในเรื่องของความประพฤติ ก็ได้มีการเปิดเผยจากสถิติของ Department of Home Affairs (DHA) เช่นกันว่ามีจำนวนวีซ่าที่ถูกยกเลิกจากคดีความต่างๆในปี 2017 ที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้ ซึ่งแน่นอนว่าคดีที่ทำให้โดนยกเลิกวีซ่ากันมากที่สุดก็จะเป็นในเรื่องของการโจรกรรม การทำร้ายร่างกาย และคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั่นเองค่ะ ซึ่งคดีที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ก็นับรวมอยู่ในสถิตินี่ด้วยเช่นกัน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมน้องดอมถึงโดนไปกับเขาด้วย ถึงแม้ว่าคดีทางด้านการขับขี่จะอยู่ในอันดับสุดท้ายก็ตามที นากจากนี้ยังมีการระบุอีกว่า NSW เป็น state ที่มีคนถูกยกเลิกวีซ่ามากที่สุดถึง 440 คน จากทั้งหมด 1,212 คนในปี 2017 ที่ผ่านมา

 


 

Source: https://www.homeaffairs.gov.au/about/reports-publications/research-statistics/statistics/key-cancellation-statistics

 


 

อนึ่ง ออสเตรเลียไม่ได้เป็นเพียงประเทศเดียวที่มีเงื่อนไขการยกเลิกวีซ่าจากการมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสมนะคะ ประเทศอื่นเขาก็ทำกันค่ะ อาทิเช่น นิวซีแลนด์ และอังกฤษ เป็นต้น เพราะฉะนั้นทางที่ดียังไงก็รบกวนปฏิบัติตัวตามกฏหมายกันอย่างเคร่งครัดกันด้วยนะคะ ประเทศนี้กฎหมายเขาแรงค่ะ การไม่ทำผิดจึงจะเป็นผลดีที่สุด

 


 

สุดท้ายนี้ หากใครอยากปรึกษาเกี่ยวกับการทำวีซ่าออสเตรเลียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวีซ่านักเรียน วีซ่าทักษะต่างๆ (วีซ่าทำงาน) และวีซ่าครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าคู่ครอง วีซ่าพ่อแม่ และวีซ่าลูก ก็สามารถติดต่อเราเข้ามาได้ที่โทรเข้ามาสอบถามกันได้ที่ (+61) 2 9267 8522 หรือจะทักแชทกันมาที่ Facebook Page ของ CPSydnye office www.facebook.com/cpsyd ก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ

 


 

สำหรับฉบับนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ CPSydney office Team

 


 

 

Related Posts