กรณีศึกษา...

ลูกค้าของ CPSydney office

ที่ถูกเปลี่ยนจากผีให้กลายเป็นคน!!!

เมื่อประมาณ 1 สัปดห์ก่อนหน้านี้ จัสตินได้รับข่าวดีจากทางอิมมิเกรชั่นเกี่ยวกับ Partner visa (subclass 820) application ของคุณโต้งว่าในที่สุด Partner visa ตัวดังกล่าวของคุณโต้งก็ผ่านซักทีค่ะ หลังจากที่คุณโต้งรอผลของวีซ่าตัวนี้มาเป็นเวลากว่าเกือบ 2 ปี สร้างความปิติปลาบปลื้มหัวใจให้กับทั้งทางเรา คุณโต้ง และแฟนของคุณโต้งเป็นอย่างมากค่ะ เพราะตอนที่โทรไปแจ้งข่าวดีนี้ให้กับคุณโต้งและแฟนทราบ ทั้งคู่ถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจ เพราะรอผลของวีซ่ามาเป็นเวลานาน และในที่สุดก็ได้ทราบข่าวดีแล้วคุณโต้งก็จะได้บินกลับไปเยี่ยมหาคุณพ่อและคุณแม่ที่อินโดนีเซียเสียที

 

กรณีศึกษา...

ลูกค้าของ CPSydney office

ที่ถูกเปลี่ยนจากผีให้กลายเป็นคน!!!

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับ VisaTalk by CPSydney ฉบับประจำเดือนธันวาคมส่งท้ายปี 2018 กันอีกแล้วนะคะ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ เผลอแป๊บเดียวก็จะต้องบอกลาปี 2018 ซะแล้ว

 


 


เป็นประจำของทุกปีค่ะที่ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ไล่มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนธันวาคม จะเป็นช่วงที่ค่อนข้างยุ่งของ CPSydney office ของเรา เพราะไหนจะมีเคสน้องๆที่กำลังจะเรียนจบแล้วจะหาคอร์สเรียนต่อ หรือน้องๆที่เรียนจบปริญญาตรีหรือปริญญาโทในออสเตรเลียติดต่อเข้ามาทำ Temporary Graduate visa (subclass 485): Post-Study Work stream นี่ยังไม่รวมถึงพวก skilled visa และ family visa ต่างๆที่ทาง CPSydney office ของเรามีบริการให้สำหรับน้องๆเพื่อนๆอีกด้วยนะคะ เรียกได้ว่า Rare item สุดๆ เพราะมีเพียงเอเจนท์ไทยในออสเตรเลียไม่กี่แห่งที่ให้บริการวีซ่าออสเตรเลียต่างๆได้อย่างมากมายขนาดนี้...นอกจากนี้ ทางเราจะมีช่วงหยุด ปิดให้ทำการในช่วง Christmas Break อีกด้วยค่ะ ซึ่งวันหยุดคริสมาสต์และปีใหม่ของเราประจำปี 2018/2019 จะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2018 – วันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2019 แล้วจะกลับมาให้บริการตามเดิมอีกทีในวันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2019 ค่ะ เหตุที่หยุดยาว 2 อาทิตย์เลยเพราะหลายๆโรงเรียนก็หยุดให้ทำการในช่วงเวลาเดียวกันค่ะ เพราะฉะนั้นหากใครที่มีธุรกรรมใดๆก็ตามติดค้างไว้กับโรงเรียนของตัวเองอยู่ ก็ลองติดต่อสอบถามกับทางสถาบันกันดูนะคะ และถ้าน้องๆคนไหนต้องการความช่วยเหลือในเรื่องของการหาคอร์สเรียน หรือการทำวีซ่าต่างๆจากทาง CPSydney office ของเรา ก็รบกวนติดต่อเข้ามาหากันภายในวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2018 จะดีที่สุดค่ะ จะได้ไม่ล่าช้า หรือน้องๆลูกค้าปัจจุบันที่มีเจ้าหน้าที่ของเราคอยดูแลเคสให้อยู่แล้วก็ลองติดต่อโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ของน้องๆได้เลยนะคะ เจ้าหน้าที่บางคนถ้าสะดวกก็จะเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของการเตรียมเอกสารหรือการทำวีซ่าต่างๆในช่วงที่เราหยุดให้บริการได้เช่นกันค่ะ

 


 


แจ้งข่าวเรื่องวันหยุดคริสมาสต์และปีใหม่ให้ทราบกันไปแล้ว ก็มาเข้าเรื่องตามหัวข้อของเราประจำฉบับส่งท้ายปี 2018 กันเลยดีกว่าค่ะ โดยจะเป็นเคสจากลูกค้าชาวอินโดนีเซียของเรา ซึ่งขอให้นามสมมติว่า “คุณโต้ง” ละกันนะคะ...เมื่อประมาณ 1 สัปดห์ก่อนหน้านี้ จัสตินได้รับข่าวดีจากทางอิมมิเกรชั่นเกี่ยวกับ Partner visa (subclass 820) application ของคุณโต้งว่าในที่สุด Partner visa ตัวดังกล่าวของคุณโต้งก็ผ่านซักทีค่ะ หลังจากที่คุณโต้งรอผลของวีซ่าตัวนี้มาเป็นเวลากว่าเกือบ 2 ปี สร้างความปิติปลาบปลื้มหัวใจให้กับทั้งทางเรา คุณโต้ง และแฟนของคุณโต้งเป็นอย่างมากค่ะ เพราะตอนที่โทรไปแจ้งข่าวดีนี้ให้กับคุณโต้งและแฟนทราบ ทั้งคู่ถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจ เพราะรอผลของวีซ่ามาเป็นเวลานาน และในที่สุดก็ได้ทราบข่าวดีแล้วคุณโต้งก็จะได้บินกลับไปเยี่ยมหาคุณพ่อและคุณแม่ที่อินโดนีเซียเสียที

 


 


เอาจริงๆ เคสนี้ฟังผิวเผินก็ดูแล้วไม่ได้มีอะไรพิเศษจริงไหมคะ แต่ ท่านผู้อ่านได้เอะใจกันไหมคะว่าทำไมแค่รอผลวีซ่าแล้วคุณโต้งถึงไม่สามารถบินออกนอกประเทศกลับไปเยี่ยมหาคุณพ่อคุณแม่ที่ประเทศอินโดนีเซียได้ ความพิเศษของกรณีศึกษาของคุณโต้งมันอยู่ที่ตรงนี้ค่ะ คือ คุณโต้งเนี่ยะ อยู่ในออสเตรเลียแบบไม่มีวีซ่ามาหลายปี (เดี๋ยวจะอธิบายให้ทราบอีกทีนะคะว่าทำไมในกรณีของคุณโต้งถึงยังสามารถยื่นวีซ่าคู่ครองขณะที่ยังอยู่ในออสเตรเลียได้) หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่าเป็น “ผี” นั่นแหล่ะค่ะ แต่ในช่วงที่เป็นผีอยู่นั้นทางคุณโต้งก็ได้เจอกับแฟนที่เป็นคนออสเตรเลีย และได้ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งก่อนที่จะกลายเป็นผีคุณโต้งก็เหมือนเพื่อนๆคนไทยหลายๆคนแหล่ะค่ะที่ตัดสินใจมาออสเตรเลียก็เพื่ออนาคตของครอบครัว แต่จะแตกต่างกันตรงที่คุณโต้งมาทำงานด้วยวีซ่า Domestic Worker (temporary) Diplomatic and Consular visa คือจะเป็นวีซ่าที่อนุญาตให้เข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านให้กับข้าราชการของกงสุลหรือสถานทูตได้ แต่ชะตาชีวิตกลับเล่นตลกกับคุณโต้งหน่ะสิคะ เพราะเมื่อมาถึงก็กลายเป็นว่าโดนหลอกซะอย่างนั้น โดนโกงค่าจ้าง ได้เงินค่าแรงเพียงน้อยนิด เมื่อทนไม่ไหวก็หนีออกมา และโชคดีได้พบรักกับแฟนคนปัจจุบันที่ยินดีจะสปอนเซอร์การทำ Partner visa ให้กับคุณโต้งนั่นเองค่ะ

 


 


ย้อนกลับไปประมาณ 2 ปี หรือมากกว่านั้น เป็นครั้งแรกที่ทาง CPSydney office ของเราได้รู้จักกับคุณโต้งและแฟนค่ะ ทั้ง 2 ได้เข้ามาปรึกษากับจัสตินว่ามีความประสงค์จะทำเรื่อง Partner visa โดยคุณโต้งก็ได้แจ้งกับเราอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่แรกว่าแกไม่มีวีซ่ามาหลายปีแล้ว และได้อาศัยอยู่กับแฟนฉันท์สามีภรรยามาเป็นเวลาสักพักหนึ่ง โดยมีใบทะเบียนสมรสและเอกสารร่วมอื่นๆเป็นหลักฐานประกอบในการทำการวีซ่าคู่ครอง โดยเหตุผลที่ทางคุณโต้งและแฟนต้องการให้เราทำเคสให้เลยในขณะที่คุณโต้งยังอยู่ในประเทศออสเตรเลียก็เพราะว่าแม่แฟนของคุณโต้งนั้นล้มป่วย ไม่สามารถทำงานได้ จำเป็นต้องพึ่งพาคุณโต้งในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ทั้งคู่เลยเกรงว่าหากคุณโต้งต้องกลับไปยื่น Partner visa (subclass 820) จากนอกประเทศออสเตรเลียแล้วจะไม่มีใครดูแลคุณแม่

 


 


คราวนี้วนมาที่ติดค้างกันไว้อยู่ในเรื่องของเหตุผลที่คุณโต้งสามารถยื่น Partner visa (subclass 820) ในขณะที่ยังอยู่ในออสเตรเลียได้ค่ะ คือ ตั้งแต่ประมาณกลางปี 2014 เป็นต้นมา ทางอิมมิเกรชั่นได้ออกข้อกฏหมายใหม่เกี่ยวกับการยื่นวีซ่า Partner visa (subclass 820) ในประเทศออสเตรเลียที่เรียกว่า Schedule 3 โดยเฉพาะ Criteria 3004 ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าอนุญาตให้ยื่น Partner visa (subclass 820) ในออสเตรเลียได้ภายใน 28 วันหลังจากที่วีซ่าตัวปัจจุบันสิ้นสุดลง แต่จะต้องมีการเขียนจดหมายประกอบอธิบายให้ทราบถึงเหตุผลของการขอยื่นวีซ่าดังกล่าวในประเทศออสเตรเลียแทนที่จะต้องกลับไปยื่นในขณะที่ตัวผู้สมัครอยู่นอกประเทศออสเตรเลีย โดยก่อนที่อิมมิเกรชั่นจะพิจารณาให้วีซ่ากับผู้สมัคร Partner visa (subclass 820) นั้น ทางอิมฯก็จะอ้างอิงจากตัวกฏเกณฑ์ของ Criteria 3004 เป็นหลักค่ะว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม criteria ตัวนี้หรือไม่

 


 


แต่ อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าผู้สมัครยื่น Partner visa (subclass 820) หลังจากผ่านวันที่ 28 นับตั้งแต่วันที่วีซ่าตัวปัจจุบันได้สิ้นสุดลงไปแล้วนั้น ทั้งตัวสปอนเซอร์และผู้สมัครจะต้องเขียนอธิบาย compelling reasons อธิบายให้ทราบถึงเหตุผลของการที่ไม่สามารถยื่นวีซ่าได้ภายในระยะที่กำหนด รวมถึงเหตุผลที่ไม่สามารถเดินทางกลับไปยื่นที่ประเทศบ้านเกิดได้ประกอบเป็นเหตุผลของการสมัครวีซ่าคู่ครองตัวดังกล่าวค่ะ ซึ่งเหตุผลต่างๆก็ควรจะเป็นเหตุผลที่เราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และเป็นเหตุผลจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศออสเตรเลียได้ค่ะ อาทิเช่น ท้องแก่ใกล้คลอด หรือต้องดูแลบุคคลในครอบครัวที่ป่วยหนักจนไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้...จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในช่วงกลางปี 2014 ทำให้ผู้สมัครหลายๆคนยอมกลับไปยื่นวีซ่าตัวนี้ที่บ้านเกิดของตัวเอง เพราะถ้าหากมีเหตุผลของการขอยื่นวีซ่าตัวดังกล่าวในประเทศที่ไม่หนักแน่นเพียงพอที่จะขอความเห็นใจจากทางอิมมิเกรชั่นแล้วก็มีโอกาสสูงมากๆที่จะโดนปฏิเสธวีซ่าในที่สุดค่ะ

 


 


ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณโต้งของเราหน่ะสิคะ เพราะอิมฯได้รับฟังเหตุผล compelling reasons ที่ทางคุณโต้งและแฟนได้ชี้แจงให้เราช่วยเขียน submission ไปให้ เพราะย้อนกลับก่อนหน้านี้ประมาณ 5 ปีก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจเข้ามาปรึกษากับทาง CPSydney office ให้ยื่น Partner visa (subclass 820) ให้ แฟนของคุณโต้งได้มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง จนไม่สามารถทำงานหรือนั่งนานๆไม่ได้อันเป็นผลมาจากการทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ทำให้แฟนของคุณโต้งต้องพบกับคุณหมอเป็นประจำ และต้องทานยาเพื่อระงับความเจ็บปวด โดยมีเอกสารใบรับรองแพทย์และได้รับเงิน support จาก Centrelink เป็นหลักฐานประกอบสำคัญในอาการเจ็บป่วยของแฟนคุณโต้ง และจุดนี้เองจึงได้เป็นข้อพิสูจน์ในเรื่องของ compelling reasons ที่คุณโต้งต้องเป็นคนดูแลแฟนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารให้ ดูแลงานบ้านต่างๆ ฯลฯ เพราะฉะนั้นถ้าหากอิมฯไม่รับพิจารณา visa application ของคุณโต้ง คุณโต้งก็จะต้องออกไปยื่นวีซ่าตัวดังกล่าวนอกประเทศออสเตรเลีย และอาจจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแฟนคุณโต้งรวมถึงแม่แฟนด้วยค่ะ

 


 


หลังจากปรึกษากันเป็นอย่างดี ในที่สุดจัสตินก็ตัดสินใจที่จะรับเคสของทั้งคู่ เพราะเชื่อว่าเหตุผลข้างต้นนั้นหนักแน่นเพียงพอที่จะลองเสี่ยงยื่นวีซ่าตัวดังกล่าวในประเทศเพื่อขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น ซึ่งเคสนี้ก็อยู่ภายใต้การดูแลเป็นอย่างดีจากทาง CPSydney office มาตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี จนในที่สุดก็เป็นไปตามข่าวดีที่แจ้งไปตั้งแต่แรกค่ะว่าตอนนี้คุณโต้งได้รับ Partner visa (subclass 820) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ก็กำลังเตรียมตัวทำเรื่องผ่านทาง CPSydney ในการขอยื่น PR ในขั้นตอนถัดไปค่ะ

 


 


เพิ่มเติมอีกสักนิด เผื่อหลายคนยังสงสัยว่าทำไมคุณโต้งถึงไม่สามารถบินกลับไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ของตัวเองที่อินโดนีเซียได้ ก็เพราะว่าก่อนหน้าคุณโต้งเป็นผี ไม่มีวีซ่า แต่ไม่ได้โป๊ะแตกถูกอิมฯจับได้ภายใน 45 วันตั้งแต่ที่เป็นผี ทำให้หลังจากที่ยื่นวีซ่าคู่ครองเข้าไปจึงได้รับ Bridging Visa C (BVC) ซึ่งเจ้าตัว BVC ตัวนี้ไม่เหมือนกับ Bridging Visa A (BVA) ที่เราได้รับกันปกติหลังจากที่ยื่นวีซ่าอย่างถูกต้องก่อนที่วีซ่าตัวปัจจุบันจะสิ้นสุดลง เนื่องจาก BVC จะไม่สามารถขอ Bridging Visa B (BVB) เพื่อขอออกนอกประเทศในขณะที่กำลังรอผลของวีซ่าที่ยื่นเข้าไปได้ค่ะ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยใช่ไหมคะที่คุณโต้งถึงกับดีใจจนร้องไห้ออกมา เพราะเอาเฉพาะที่เราทราบ story line คร่าวๆของคุณโต้ง มันก็ต้องมีไม่ต่ำกว่า 5 – 7 ปีเลยนะคะที่คุณโต้งไม่สามารถบินกลับไปยังบ้านเกิดของตัวเองที่ประเทศอินโดนีเซียได้

 


 


ที่เราหยิบเรื่องราวเคสของคุณโต้งและแฟนมาเขียนให้อ่านกันในฉบับนี้ก็เพื่ออยากจะบอกผู้อ่านทุกท่านว่าทุกอย่างมีทางแก้ไขค่ะ อย่าเพิ่งท้อ ทุกปัญหามันจะมีทางออกของมันเสมอแหล่ะค่ะ คุณโต้งที่เป็นชาวต่างชาติไม่ใช่คนไทยยังเชื่อใจ ไว้วางใจให้เรา CPSydney office เป็นคนดูแลเคสเลย เชื่อมือเราเถอะค่ะ เราก็ไม่ได้เก่งกว่าใครเขาหรอก แต่เราก็พร้อมจะช่วยเหลือทุกคนอย่างเต็มที่ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับทุกคน...อนึ่ง สำหรับเรื่องราวที่นำมาแชร์ให้อ่านกันในฉบับนี้ก็ได้รับอนุญาตจากทางคุณโต้งและแฟนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากใครที่กำลังประสบปัญหาทำนองนี้อยู่ หรืออยากจะปรึกษาเกี่ยวกับการทำวีซ่าออสเตรเลียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวีซ่านักเรียน วีซ่าทักษะต่างๆ (วีซ่าทำงาน) และวีซ่าครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าคู่ครอง วีซ่าพ่อแม่ และวีซ่าลูก ก็สามารถโทรติดต่อเราเข้ามาได้ที่ (+61) 2 9267 8522 หรือจะทักแชทกันมาที่ Facebook Page ของ CPSydnye office www.facebook.com/cpsyd ก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ

 


 

สำหรับฉบับนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ CPSydney office Team

 


 

 

Related Posts