สิทธิ์เรื่องที่อยู่ต้องรู้

เมื่อตกเป็นเหยี่อ

ความรุนแรงในครอบครัว

การปฏิรูปสัญญาเช่าบ้านสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าเริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019 กฎหมายนี้อนุญาตให้ผู้เช่าบ้านยุติการเช่าบ้านทันทีโดยไม่มีบทลงโทษ หากพวกเขาหรือบุตรที่อยู่ในความดูแลตกอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว

 

สิทธิ์เรื่องที่อยู่ต้องรู้

เมื่อตกเป็นเหยี่อ

ความรุนแรงในครอบครัว

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

Cover Story

 


 

การปฏิรูปสัญญาเช่าบ้านสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าเริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019 กฎหมายนี้อนุญาตให้ผู้เช่าบ้านยุติการเช่าบ้านทันทีโดยไม่มีบทลงโทษ หากพวกเขาหรือบุตรที่อยู่ในความดูแลตกอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว

 


 

การยุติการเช่าบ้านในสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว

 


 

ในการยุติการเช่าบ้านเนื่องจากความรุนแรงในครอบครัว ผู้เช่าจะต้อง
- แจ้งการยุติสัญญาเช่าบ้านต่อเจ้าของบ้านหรือเอเจ้นต์บ้านเนื่องจากมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวและแนบหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งที่ได้รับอนุมัติดังต่อไปนี้:

• ใบรับรองการตัดสินลงโทษ (certificate of conviction)
• คำสั่งศาลเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัว (family law injunction)
• คำสั่งคุ้มครองเนื่องจากความรุนแรงในครอบครัวชั่วคราว กลางคัน หรือสุดท้าย (provisional, interim or final Domestic Violence Order)
• การรับรองจากแพทย์ในรูปแบบที่กำหนด

 


 


เจ้าของบ้านหรือผู้เช่าร่วมที่ยังอยู่ยื่นอุทธรณ์ต่อตุลาการเพื่อพลเมืองและหน่วยงานบริหารแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW Civil and Administrative Tribunal) หากต้องการโต้แย้งความถูกต้องของการยุติสัญญาเช่าบ้านเนื่องจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ตุลาการสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการยุติสัญญาเช่าบ้านเนื่องจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัวถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าบ้านหรือไม่ ผู้ให้เช่าไม่สามารถโต้แย้งเนื้อหาของการประกาศในกระบวนพิจารณาของตุลาการใด ๆ หากมีการใช้เป็นหลักฐาน

 


 

แบบฟอร์มคำรับรองตามหลักฐาน

 


 

แพทย์สามารถทำการรับรองว่าผู้เช่าหรือบุตรของพวกเขาเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว การรับรองนี้สามารถใช้เป็นรูปแบบหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับว่าเป็นหลักฐานการเกิดความรุนแรงในครอบครัว

 

เฉพาะแพทย์เท่านั้นที่สามารถทำการรับรองได้ ซึ่งจะต้องอยู่ในรูปแบบที่กำหนดโดยกฎการเช่าบ้านที่อยู่อาศัยปี 2010 แพทย์รวมถึงแพทย์รักษาโรคทั่วไป (GP) แพทย์รวมถึงกุมารแพทย์ จิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ (เช่นศัลยแพทย์ แพทย์รังสีวิทยา ) สำหรับรายชื่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมทั้งหมดที่สามารถให้การรับรองได้ โปรดไปที่เว็บไซต์คณะกรรมการการแพทย์แห่งออสเตรเลีย

 


 

หากมีการยุติสัญญาเช่าบ้านก่อนกำหนดก็จะไม่สามารถลงโทษผู้ที่ตกเป็นเหยื่อได้

 


 

ผู้เช่าที่ยุติสัญญาเช่าบ้านในสถานการณ์เนื่องจากความรุนแรงในครอบครัวจะไม่ต้องรับผิดชอบในการจ่ายค่าชดเชยหรือจ่ายเงินเพิ่มเติมสำหรับการยกเลิกก่อนกำหนด ตัวอย่างเช่น ผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการผิดสัญญา การสูญเสียค่าเช่า การโฆษณาและค่าธรรมเนียมการย้ายถิ่นฐาน

 


 

ความเป็นส่วนตัวและการป้องกันจากการเลือกปฏิบัติของเหยื่อ

 


 

มาตรการต่อไปนี้ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว มาตรการเหล่านี้ยังให้ความมั่นใจได้ว่าความสามารถของเหยื่อในความปลอดภัยสำหรับการเช่าบ้านในอนาคตจะไม่ได้รับผลกระทบในเชิงลบจากการการยุติสัญญาเช่าบ้านเนื่องจากความรุนแรงในครอบครัว:
• ห้ามมิให้เจ้าของบ้านหรือเอเจ้นต์บ้านลงรายการผู้เช่าในฐานข้อมูลการเช่าหากพวกเขายุติสัญญาเช้าบ้านในสถานการณ์เนื่องจากความรุนแรงในครอบครัว
• หลักฐานที่แสดงว่าผู้เช่าหรือผู้เยาว์ที่อยู่ในความปกครองตกอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวจะต้องมอบให้กับเจ้าของบ้านหรือเอเจ้นต์บ้านเท่านั้น โดยต้องไม่มอบเอกสารเหล่านั้นให้กับผู้เช่าร่วมคนอื่น
• ห้ามมิให้บุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลการยุติสัญญาเช่าบ้านเนื่องจากสถานการณ์การใช้ความรุนแรงในครอบครัวหรือหลักฐานที่แนบมาเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด ตัวอย่างเช่น ผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการตรวจสอบผู้อ้างอิง การเปิดเผยสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตหรือมีการบังคับตามกฎหมาย บุคคลที่ครอบครองเอกสารเหล่านี้จะต้องจัดเก็บเอกสารและกำจัดอย่างปลอดภัย
• ตุลาการไม่สามารถตรวจสอบเนื้อหาที่แพทย์ทำการรับรองได้ เพื่อให้มั่นใจว่าเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวไม่ถูกซักค้าน

 


 

สิทธิของผู้เช่าร่วมที่เหลือ

 


 

หลังจากผู้เช่ายุติสัญญาเช่าบ้านอันเนื่องจากความรุนแรงในครอบครัว ผู้เช่าร่วมที่ยังคงอยู่ในการเช่า:

• อาจสามารถอุทธรณ์ต่อตุลาการเพื่อยุติสัญญาเช่าบ้านของพวกเขา
• มีสิทธิ์จ่ายค่าเช่าเพียงส่วนหนึ่งในระยะเวลา 2 สัปดาห์และไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าครอบคลุมถึงส่วนแชร์ของเหยื่อที่ยุติสัญญาเช่าบ้าน กรณีนี้ใช้ได้เฉพาะในกรณีที่ผู้เช่าร่วมที่เหลือไม่ใช่ผู้กระทำความผิดในการใช้ความรุนแรงในครอบครัว

นอกเหนือจากสิทธิข้างต้นแล้ว สิทธิและความรับผิดชอบภายใต้กฎหมายการเช่าบ้านที่มีอยู่จะยังคงบังคับใช้กับผู้เช่าร่วม ตัวอย่างเช่น ผู้เช่าร่วมที่เหลืออาจโต้แย้งความถูกต้องของการยุติสัญญาเช่าบ้านเนื่องจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว

 


 

กฎหมายดังกล่าวจะมีการดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายเป็นเวลา 3 ปี

 


 

กฎหมายความรุนแรงในครอบครัวใหม่และบทบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเหล่านี้จะได้รับการตรวจสอบภายใน 3 ปีนับจากวันที่เริ่มเพื่อให้มั่นใจว่ากฎหมายดังกล่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 


 

ความรุนแรงในครอบครัวในอสังหาริมทรัพย์ที่เช่า

 


 

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรู้สึกปลอดภัยและอยู่โดยปราศจากความรุนแรงในครอบครัว หากมีการใช้ความรุนแรงในบ้านเช่า เหยื่อควรติดต่อตำรวจหรือขอคำแนะนำเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวหรือบริการสนับสนุน นี่คือขั้นตอนบางส่วนที่ที่สามารถทำได้ภายใต้ข้อตกลงการเช่าเพื่อยกระดับความปลอดภัย

 


 

เมื่อผู้เช่าที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวตัดสินใจย้ายออก

 


 

การยุติการเช่าบ้านเนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว
ผู้เช่าสามารถยุติสัญญาเช่าบ้านได้ทันทีโดยไม่มีบทลงโทษหากผู้เช่าหรือบุตรอยู่ในสถานการณ์ที่มีความรุนแรงในครอบครัว ผู้เช่าหรือเด็กในความอุปการะตกอยู่ในสถานการณ์ของความรุนแรงในครอบครัวหากพวกเขา:

• ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดความรุนแรงในครอบครัวในระหว่างการเช่า
• ได้รับความคุ้มครองตามคำสั่งคุ้มครองอันเนื่องมากจากความรุนแรงในครอบครัวชั่วคราว (DVO)
• ได้รับการคุ้มครองจากความรุนแรงในครอบครัวโดยการบังคับใช้กฎหมายครอบครัว
• ได้รับการรับรองจากแพทย์ว่าเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวที่กระทำความผิดโดยผู้กระทำความผิดโดยใช้ความรุนแรงในครอบครัวที่เกี่ยวข้องในระหว่างการเช่าบ้านปัจจุบัน

 


 

เมื่อผู้เช่าที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวตัดสินใจอยู่ต่อ

 


 

การให้ผู้กระทำผิดเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวออกจากบ้าน
หากคำสั่งคุ้มครองเหยื่อจากความรุนแรง (AVO) ได้รับการอนุมัติซึ่งไม่รวมผู้เช่าร่วม (ผู้กระทำผิด) จากการเข้าถึงบ้านเช่า การเช่าร่วมของผู้กระทำผิดจะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ สัญญาเช่าจะถูกโอนไปยังผู้เช่ารายอื่นที่เหลืออยู่ตามข้อตกลง

ผู้เช่าบ้านที่เหลือ ซึ่งไม่มีชื่ออยู่ในสัญญาสามารถขอให้เจ้าของบ้านหรือเอเจ้นต์บ้านทำสัญญาได้ หากเจ้าของบ้านหรือ เอเจ้นต์บ้านปฏิเสธ ผู้เช่าบ้านที่เหลืออาจทำการยื่นอุทธรณ์ต่อตุลาการเพื่อให้มีคำสั่งให้มีการยอมรับว่าพวกเขาเป็นผู้เช่าภายใต้ข้อตกลงเดิม

หากไม่ได้รับคำสั่ง AVO ขั้นสุดท้ายหรือหากไม่มีคำสั่งยกเว้นและในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้เช่าร่วม ผู้เช่าร่วมอีกรายหนึ่งอาจยื่นอุทธรณ์ต่อตุลาการเพื่อแจ้งยุติสัญญาเช่าบ้าน ตุลาการจะพิจารณาสถานการณ์ของคดีเมื่อตัดสินใจว่ามีคำสั่งหรือไม่

 


 

การเปลี่ยนล็อคหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่นๆ

 


 

การเปลี่ยนล็อคหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ทันทีสามารถเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้เช่าจากความรุนแรงในครอบครัว โดยปกติผู้เช่ามักจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบ้านก่อนที่จะทำการเปลี่ยนล็อคหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ แต่ล็อกหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากมีข้อแก้ตัวที่สมเหตุสมผลในการทำเช่นนั้น แต่หากมีคำสั่ง AVO ชั่วคราวหรือสุดท้ายซึ่งห้ามมิให้ผู้เช่าหรือผู้เช่าร่วมรายอื่นเข้าถึงบ้านเช่า ผู้เช่าสามารถเปลี่ยนกุญแจได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินในกรณีฉุกเฉินตามคำสั่งตุลาการหรือหลังจากการเช่าของผู้เช่าร่วมสิ้นสุดลง

ผู้เช่าจะต้องจัดเตรียมชุดกุญแจใหม่ให้กับเจ้าของบ้านหรือเอเจ้นต์บ้านภายใน 7 วันนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงล็อคเว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่นการเปลี่ยนกุญแจไม่ทำให้สัญญาเช่าเปลี่ยน

 


 

การรับรองความรุนแรงในครอบครัว

 


 

ข้อมูลสำหรับแพทย์

 


 

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ในชุมชนผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้เช่าในการหลบเลี่ยงความรุนแรงในครอบครัวภายใต้กฎหมายใหม่เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019 โดยแพทย์สามารถรับรองว่าผู้เช่าหรือบุตรของพวกเขาเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวโดยใช้แบบฟอร์มการรับรองแพทย์ด้านล่าง ซึ่งผู้เช่าสามารถใช้แบบฟอร์มนี้เป็นหลักฐานในการยุติสัญญาเช่าบ้านได้โดยไม่มีบทลงโทษ

การรับรองนี้เป็นหลักฐานรูปแบบหนึ่งจากสี่รูปแบบของหลักฐานที่ยอมรับ ซึ่งผู้เช่าสามารถใช้เพื่อแนบไปกับการยุติสัญญาเช่า หลักฐานรูปแบบอื่น คำรับรองดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความกังวลว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากความรุนแรงในครอบครัวจำนวนมากรู้สึกไม่สบายใจที่จะไปหาตำรวจหรือเข้าร่วมในกระบวนการยุติธรรม

 


 

การทำการรับรอง

 


 

การรับรองสามารถทำได้โดยแพทย์เท่านั้นตามที่นิยามไว้ในกฎหมายสุขภาพแห่งชาติ (NSW) ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์จะต้องปรึกษากับผู้เช่าที่กำลังมองหาที่จะยุติสัญญาเช่าบ้าน โดยการลงนามในคำรับรองแสดงว่าแพทย์กำลังแสดงหลักฐานว่าผู้เช่าหรือบุตรของพวกเขาเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวตามการประเมินโดยมืออาชีพ

 


 

แพทย์ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่ามีเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้น

 


 

การให้ข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดในคำรับรองถือเป็นความผิด นอกจากนี้บุคคลลงนามในคำรับรองโดยตระหนักว่าข้อมูลเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดก็ถือว่ามีความผิด หากข้อมูลที่แพทย์ใช้ในคำรับรองที่ได้ให้ไว้ในคำรับรองในภายหลังพบว่าเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดและแพทย์ผู้ทำการรับรองไม่ทราบว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาของการรับรองนั้นไม่ถือเป็นความผิด

 


 

แบบฟอร์มการรับรอง

 


 

หากแพทย์ทำการรับรองว่าผู้เช่าเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว ให้ทำใบรับรองแพทย์ โดยต้องมีการรับรองแยกต่างหากสำหรับผู้เช่าแต่ละรายที่ต้องการการรับรองว่าเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว

หากทำการรับรองว่าเด็กในอุปการะของผู้เช่าเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว ให้ทำคำรับรองด้านการแพทย์ – เด็กที่อยู่ในความอุปการะ โดยจะต้องกรอกแบบฟอร์มนี้ให้ครบถ้วนหากผู้เช่าไม่ใช่เหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว แต่เด็กในความดูแลของพวกเขาเป็นเหยื่อ

 


 

การอ่านข้อมูลในแบบฟอร์มการรับรองอย่างละเอียดและกรอกแบบฟอร์มให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

 


 

เมื่อแพทย์ทำการประเมิน ควรกรอกแบบฟอร์มนี้โดย:

• ป้อนรายละเอียดของผู้เช่าและ
• ป้อนชื่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวที่เกี่ยวข้องโดยยึดตามข้อมูลที่ได้รับจากผู้เช่าและ
• แจ้งประเภทของความสัมพันธ์ระหว่างผู้เช่าและผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวที่เกี่ยวข้องตามข้อมูลที่คุณได้รับจากผู้เช่า

 


 

 

Related Posts