13

Passive Income

ทำได้จริง

ถ้าจะแปลกันตรงๆแล้วคำว่า Passive ก็คือ ‘การอยู่เฉยๆ’ ส่วนคำว่า Income ก็แปลว่า ‘รายได้’ ส่วนคำว่า Passive Income ไม่ได้แปลว่า “การมีรายได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไร” แต่ในความเป็นจริงแล้ว Passive Income หมายถึงการ ‘ลงทุน-ลงแรงหนักๆในช่วงแรก และดูแลเครื่องมือทำเงินของเรานิดๆหน่อยๆ

 

13 Passive Income

ทำได้จริง

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

เรื่องของเงิน by Tara Thow

 


 

ถ้าจะแปลกันตรงๆแล้วคำว่า Passive ก็คือ ‘การอยู่เฉยๆ’ ส่วนคำว่า Income ก็แปลว่า ‘รายได้’ ส่วนคำว่า Passive Income ไม่ได้แปลว่า “การมีรายได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไร” แต่ในความเป็นจริงแล้ว Passive Income หมายถึงการ ‘ลงทุน-ลงแรงหนักๆในช่วงแรก และดูแลเครื่องมือทำเงินของเรานิดๆหน่อยๆ เพื่อให้มันยังสามารถสร้างรายได้ให้อย่างต่อเนื่อง’ ซึ่งการลงทุน-ลงแรงที่ว่านี่ก็สามารถทำได้หลายวิธี และเราไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกทำเพียงอย่างเดียว เราสามารถทำ 2-3-4-5 อย่างไปพร้อมๆกันก็ยังได้

 


 

ฉบับนี้ดิฉันได้รวบรวม 13 วิธีสร้าง passive income ที่ใครๆก็สามารถทำได้และได้เงินจริงมาให้ค่ะ

 


 

 

• เงินปันผลจากหุ้นพื้นฐานหรือดอกเบี้ยจากแบ้งค์:

การซื้อหุ้นพื้นฐานดีๆ ที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ หรือการซื้อพันธบัตร หรือฝากเงินไว้กับแบ้งค์เพื่อกินดอกก็ยังจัดไว้ในหมวด passive income ที่เป็นที่นิยมกันมาก ถึงแม้ว่าผลตอบแทนจะไม่หวือหวาอะไร แต่ทุกคนก็สามารถทำได้ ปลอดภัย และได้เงินจริงแน่นอน

 


 

 

• ค่าเช่าจากอสังหา:

แน่นอนว่าการมีบ้าน ออฟฟิศ คอนโด หรือแม้แต่ที่จอดรถสำหรับปล่อยเช่ายังเป็นการสร้าง passive income ที่มั่นคงและคลาสสิคเสมอ.. และสมัยนี้เราไม่จำเป็นต้องซื้อบ้านเป็นหลังๆ ซื้อคอนโดมาทั้งห้อง และใช้เงินเยอะๆเท่านั้น แต่เรายังสามารถซื้อ ‘หน่วยลงทุน’ ประเภท crowdfunded real estate (กองทุนที่เอาเงินทุกคนมารวมกันเพื่อไปสร้างห้าง สร้างตึก แล้วเอาปันผลมาแบ่งให้กับผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนของเงินลงทุน) หรือ ‘หุ้น’ ที่ลงทุนในอสังหาฯเป็นหลักได้อีกด้วย

 


 

 

• ปล่อยห้องว่างในบ้านให้เช่า:

การสร้าง passive income จากบ้านเช่าเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องปล่อยเช่าระยะยาว หรือปล่อยเช่าทั้งหลังเท่านั้น แต่เรายังสามารถปล่อยเช่าบางส่วน บางห้อง หรือเฉพาะพื้นที่เก็บของเราได้อีกด้วย และเราก็ไม่จำเป็นที่จำต้องปล่อยเช่าระยะยาวเท่านั้น แต่เราสามารถปล่อยเช่าได้ทั้งแบบรายวัน รายวีค หรือแม้กระทั่งเฉพาะช่วงฮอลิเดย์ก็ยังได้... และเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเจ้าของบ้านถึงจะปล่อยเช่าในลักษณะนี้ได้ แม้กระทั่งคนที่เช่าบ้านคนอื่นอยู่ หากยังมีพื้นที่เหลือใช้ก็สามารถเอามาปล่อยเช่าต่อได้เช่นกัน

 


 

 

• Affiliate Marketing หรือการเป็น Referral partner:

จริงๆแล้วเราก็ทำ affiliate marketing หรือเป็น referral partner กันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้ uber แล้วดีเราก็บอกต่อ... อาหารร้านไหนอร่อยเราก็อยากโพส อยากแชร์... หนังสือเล่มไหนดี เราก็ไม่มายด์ที่จะรีวิว.. หรือใครชอบเรียน online ถ้าเจอคอร์สไหนดีๆ มันก็ดีด้วยซ้ำที่จะมีเพื่อนมาเรียนด้วยกัน ซึ่งเดี๋ยวนี้หลายธุรกิจก็เปิดโอกาสให้ลูกค้าธรรมดาๆสมัคร affiliate marketing หรือขอไปเป็น referral partner เพื่อรับค่าคอมฯจากการแนะนำลูกค้าใหม่ให้เค้าได้

 


 

 

• เขียนหนังสือหรือ e-book:

จริงๆแล้วการเขียนหนังสือและขายลิขสิทธิ์ก็เป็นหนึ่งในวิธีการสร้าง passive income ที่หลายคนรู้จักดีอยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อก่อนขั้นตอนการเขียน การตีพิมพ์ ช่องทางการจัดจำหน่ายมันวุ่นวายและจำกัดอยู่มาก แต่เดี๋ยวนี้ใครๆก็สามารถเขียนเอง ผลิตเอง และฝากขายตามช่องทาง online ได้ง่ายๆ ด้วยต้นทุนที่ถูกมากๆ เพียงแค่คุณมีประสบการณ์หรือความถนัดเฉพาะตัวก็สามารถเป็นนักเขียนได้แล้ว

 


 

 

• ขายคอร์สออนไลน์:

ในยุคนี้ใครๆก็สามารถปวารณาตัวเองมาเป็นโค้ช เป็นครู เป็นอาจารย์ได้ โดยไม่ต้องจบครุศาสตร์เลยด้วยซ้ำ และวิชาที่สอนก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วิทย์ คณิต อังกฤษ เท่านั้น แต่ยังมีคอร์สแปลกๆ ใหม่ๆ ที่สามารถทำเงินได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าคุณมีความรู้ ความถนัดด้านไหน คุณก็สามารถแปลงมันมาเป็นเครื่องมือการหาเงินได้ เช่น สอนทำซูชิ สอนร้องเพลง สอนให้มองโลกในแง่ดี วิธีการเลี้ยงลูก วิธีการทำ youtube ตัดต่อวิดีโอ หรือสอนพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ ฯลฯ ซึ่งข้อดีของ passive income ประเภทนี้คือลงทุนต่ำมาก ถ้าขายได้ก็ดีไป แต่ถ้า (ยัง) ขายไม่ได้ (ตอนนี้) ก็แค่เสียเวลา และเราสามารถปรับปรุงคอร์สไปได้เรื่อยๆ จนเมื่อคอร์สนึงประสบความสำเร็จ พวกคอร์สเก่าๆของเราก็จะพลอยขายได้ไปด้วย (ตรงกับคอนเซ็ปทำงานครั้งเดียว เก็บเกี่ยวรายได้ระยะยาวจริงๆเลย)

 


 

 

• สร้างช่อง youtube:

สำหรับใครที่ไม่ถนัดสายสั่งสอน แต่ชอบแนวตลก ครีเอทีฟ ชอบเดินทางก็สามารถทำช่อง youtube และเมื่อมีคนดูมากพอ เราก็สามารถขายโฆษณาเพื่อสร้างรายได้ได้... ข้อดีของการทำ youtube channel คือใครๆก็สามารถทำได้ แม้กระทั่งเด็กตัวเล็กๆก็ยังมาแกะของเล่น สอนปั้นดินน้ำมัน เรียกว่าสามารถมีรายได้กันตั้งแต่เด็กๆเลยทีเดียว.. แถมเด็กบางคนก็ยังได้งานต่อยอด มีบริษัทของเล่นมาจ้างไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ หรือจ้างไปทำรายการทีวีเลยก็มี

 


 

 

• ขายของออนไลน์ผ่าน Drop Shipping:

คอนเซ็ปของการทำ drop shipping คือการทำสัญญากับโรงงานหรือร้านขายส่งไว้ แล้วเมื่อเรามีลูกค้าแล้ว เราก็แค่ส่งออเดอร์และโอนเงินให้เค้า ส่วนโรงงานหรือร้านขายส่งก็มีหน้าที่ส่งสินค้าให้ลูกค้า... โดยที่เรามีหน้าที่แค่โพส ตอบคำถาม รับออเดอร์ แล้วก็รับเงินจากลูกค้า ซึ่งโชคดีที่งานออนไลน์เหล่านี้สามารถจ้างคนทำแทนได้ในราคาไม่แพงมาก ยิ่งถ้าลูกค้าเราอยู่ในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก (เช่น ออสเตรเลีย) ด้วยแล้ว เราสามารถจ้างแรงงานออนไลน์จากประเทศอินเดีย อินโด ฟิลิปิน ฯลฯ ได้นี่ยิ่งดีเลย

 


 

 

• สร้างธุรกิจและจ้างผู้จัดการดูแลแทน:

คล้ายๆกับการขายของออนไลน์แล้ว outsource (กระจาย) งานให้หลายๆฝ่ายช่วยดูแล โดยที่มีเราเป็นผู้จัดการอยู่ห่างๆ เรายังสามารถสร้างธุรกิจอะไรก็ได้และจ้างผู้จัดการเข้ามาบริหารงานแทนเราได้อีกด้วย.. แต่เราก็ต้องมั่นใจด้วยว่าธุรกิจของเราแข็งแรงมากพอและผู้จัดการที่เราจ้างมาก็ต้องเก่งและสามารถไว้ใจได้ด้วย

 


 

 

• ลงทุนในธุรกิจหยอดเหรียญ:

สำหรับใครที่พอมีทำเลดีๆสำหรับการตั้งตู้หยอดเหรียญต่างๆ ทั้งตู้เติมเงิน ตู้ขายน้ำ เครื่องซักผ้า เครื่องเล่นเด็กหมุนๆ ก็สามารถสร้างรายได้แบบ 24/7 ให้ได้โดยที่เราไม่ต้องใช้เวลากับมันมาก แค่คอยเก็บเงิน เติมของ และดูแลซ่อมบำรุง ขึ้นอยู่กับประเภทของตู้ที่เราลงทุน

 


 

 

• ขายรูปถ่ายหรือ video:

สำหรับใครที่มีความสามารถในการถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ทำ footage สวยๆก็สามารถเอางานของเราไปฝากขายในเวบต่างๆ (เช่น shutterstock) เพียงแค่ upload เพียงครั้งเดียว เราก็จะมีรายได้เข้ามาทุกครั้งที่มีคนเอางานของเราไปใช้... รูปของเราสามารถขายแล้ว-ขายอีก-ขายได้เรื่อยๆโดยไม่จำกัดระยะเวลาอีกด้วย นี่แหละ passive income ที่แท้ทรู

 


 

 

• ขายโฆษณาบนรถ:

สำหรับใครที่มีรถและไม่ติดขัดเรื่องภายลักษณ์ของรถซักเท่าไหร่ ก็สามารถขายพื้นที่โฆษณาให้กับธุรกิจท้องถิ่นได้ แบบนี้ก็สามารถสร้างรายได้ได้โดยที่ไม่ต้องทำอะราเลย วิธีการง่ายๆก็แค่ถามธุรกิจใกล้ตัวว่ามีเจ้าไหนต้องการพื้นที่โฆษณาบนรถบ้างมั๊ย

 


 

 

• Multi-Level-Marketing (MLM) Business:

สำหรับธุรกิจที่พูดถึง Passive Income บ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้นธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM Business หรือการทำการตลาด แนะนำสินค้า/บริการคุณภาพให้กับเพื่อนๆและคนรู้จักเพียงแค่ช่วงแรกๆ และเมื่อเค้าติดใจก็จะกลับมาใช้ซ้ำ เราก็จะมีรายได้จากค่าแนะนำโดยอัตโนมัติ.. และหากเราสอนงาน (การตลาด) ให้คนอื่น เราก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ซึ่งธุรกิจประเภทนี้ก็มีหลายค่าย หลายบริษัท หลายสินค้า/บริการให้เลือกกัน

 


 

และนี่ก็เป็นตัวอย่างการสร้าง Passive Income ที่ใครๆก็สามารถทำได้ และสามารถทำได้มากกว่า 1 อย่างด้วย... ดิฉันหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนบ้าง แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

 


 

 

Related Posts