Budget 2019-20

ใครได้-ใครเสีย

กระทบชีวิตคุณอย่างไรบ้าง

รู้ไว้จะได้ปรับตัวทัน

ร่างงบประมาณรัฐบาลสหพันธรัฐหลายพันล้านดอลลาร์ที่ประกาศไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีทั้งที่ถูกใจและไม่ถูกใจใครหลายๆ คน บางเรื่องก็กระทบกับผู้อพยพโดยตรง บางเรื่องคนไทยที่มาอาศัยอยู่ทีนี่ก็โดนหางเลขไปด้วย อย่างเช่นเรื่องของวีซ่าที่จะมีการปรับขึ้นอีกแล้ว หรือเรื่องภาษีต่างๆ แต่ยังมีอีกเป็นจำนวนมากที่พลาดการอัพเดทข่าวสารในช่วงเวลานั้น

 

Budget 2019-20

ใครได้-ใครเสีย

กระทบชีวิตคุณอย่างไรบ้าง

รู้ไว้จะได้ปรับตัวทัน

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

Cover Story

 


 

ร่างงบประมาณรัฐบาลสหพันธรัฐหลายพันล้านดอลลาร์ที่ประกาศไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีทั้งที่ถูกใจและไม่ถูกใจใครหลายๆ คน บางเรื่องก็กระทบกับผู้อพยพโดยตรง บางเรื่องคนไทยที่มาอาศัยอยู่ทีนี่ก็โดนหางเลขไปด้วย อย่างเช่นเรื่องของวีซ่าที่จะมีการปรับขึ้นอีกแล้ว หรือเรื่องภาษีต่างๆ แต่ยังมีอีกเป็นจำนวนมากที่พลาดการอัพเดทข่าวสารในช่วงเวลานั้น

 


 

ไทยเพรส ขอนำประเด็นสำคัญๆ ของร่างงบประมาณรัฐบาลสหพันธรัฐหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อเอาใจประชาชนก่อนการเลือกตั้ง มาแจกแจงให้คุณผู้อ่านได้ทราบกันอีกครั้ง แต่แน่นอนว่าผลประโยชน์ที่จะตกไปสู่มือคนออสเตรเลีย ย่อมจะมีผลต่อการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคมบ้างแน่นอน ไปดูกันว่ามีผู้ที่ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินครั้งนี้อย่างไรกันบ้าง

 


 

 

ปรับขึ้นค่ายื่นสมัครวีซ่า ในทุกๆ ซับคลาส

 


 

ที่เห็นชัดๆ ก็คือ รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นเงินค่าธรรมเนียมยื่นสมัครวีซ่าแน่นอน ในทุกๆ ซับคลาส (subclasses) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป แม้จะมีเสียงโอดควรญมาจากผู้ต้องยื่นสมัครวีซ่าว่าค่ายื่นขอฯ ในปัจจุบันนี้จะสูงมากๆ อยู่แล้วก็ตาม แต่รัฐบาลก็ไม่ได้รับฟังเสียงแต่อย่างใด มาตรการนี้คาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นกว่า $275 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 4 ปีนี้แน่นอน อีกอย่างที่จะมีผลกระทบแน่นอน สำหรับประกาศก่อนหน้านี้ของพรรครัฐบาลฯ ที่ตั้งใจจะลดจำนวนผู้อพยพเข้าประเทศลงจาก 190,000 รายให้เหลือ 160,000 ในช่วง 4 ปีนี้ เริ่มตั้งแต่ 2019-20 เป็นต้นไป ในรายละเอียดตรงนี้มีการแจกแจงว่า มีที่สำหรับรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐานด้วยทักษะ (skilled stream) จำนวน 108,682 ราย และด้านครอบครัว (family stream) อีกจำนวน 47,732 ราย พร้อมกับผลักดันให้ผู้อพยพย้ายถิ่นฐานที่อยู่อาศัยและไปทำงานนอกเมืองใหญ่ให้มากขึ้น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี ค.ศ. 2019 เป็นต้นไป พร้อมกับนำวีซ่าทักษะใหม่สองประเภทมาใช้ โดยบังคับให้ไปอยู่และทำงานในพื้นที่ส่วนภูมิภาคของออสเตรเลียเป็นระยะเวลา 5 ปี ก่อนจะมีสิทธิที่จะเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรได้

 


 

 

มีคู่ครองเก่งภาษาอังกฤษ มีสิทธิ์ได้แต้มเพิ่ม

 


 

ในส่วนของคะแนนพิเศษที่จะช่วยทำให้วีซ่าที่ยี่นขอนั้นมีโอกาสมากขึ้นหรือไม่ก็คือ มีการเพิ่มแต้มคะแนนให้ตัวบุคคลและคู่ครองซึ่งมีทักษะภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นเตรียมฟิตภาษาอังกฤษกันดีๆ คู่ครองของใครภาษาอังกฤษดีก็มีภาษีไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

 


 

 

คนสูงอายุ มีโอกาสซื้อบ้านมากยิ่งขึ้น?

 


 

ขณะที่ชาวออสเตรเลียสูงอายุ มีประเด็นที่น่าสนใจจากงบประมาณรัฐบาลสหพันธรัฐฯ ครั้งนี้คือ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้ผู้สูงอายุที่มีความต้องการซื้อบ้านหลังใหม่จำนวน 10,000 หลัง และยังให้เงินช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้นสำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านอีกด้วย นอกจากนี้งบประมาณรัฐบาลสหพันธรัฐ ยังเอื้อเฟื่อไปถึงกลุ่มที่อยู่ในขึ้นตอนฝึกงานอีกด้วย กับงบฯ จำนวน $525 ดอลลาร์สำหรับทักษะด้านต่างๆ เชื่อว่าจะสามารถสร้างงาน “พนักงานฝึกงาน” ได้ถึง 80,000 ตำแหน่ง

 


 

 

 

ผู้ลี้ภัยต้องรอ 12 เดือนก่อนมีสิทธิของรับบริการฯ

 


 

สำหรับกลุ่มผู้ลี้ภัย ที่เดินทางมาถึงใหม่ๆ จะต้องรอเป็นเวลา 12 เดือน ก่อนที่จะเข้าใช้บริการต่างๆ สำหรับการว่างงานได้ ประเด็นนี้จะช่วยประหยัดเงินจำนวน $77 ล้านดอลลาร์ ในระยะเวลาสี่ปี โดยรัฐบาลมุ่งหวังงให้ผู้ลี้ภัยมีเวลาปรับตัวและเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น

 


 

นี่เป็นประเด็นหลักๆ ที่น่าจะมีผลกระทบโดยตรงกับผู้ที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศนี้ นอกจากนี้ยังประเด็นอื่นๆ อีกหลายเรื่องที่น่าสนใจที่อยู่ในงบประมาณรัฐบาลสหพันธรัฐหลายพันล้านดอลลาร์ที่ประกาศไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ ไทยเพรสจะพาคุณไปสำรวจว่าใครเป็น: ผู้ที่ได้ประโยชน์และผู้ที่เสียประโยชน์ภายใต้งบประมาณของรัฐมนตรีว่าการด้านการคลัง Josh Frydenberg ในปี 2019

 


 

ผู้ที่ได้ประโยชน์

 


 

 

1.ผู้เสียภาษี

 

ผู้เสียภาษีที่มีรายได้สูงถึง 126,000 ดอลลาร์ต่อปีจะได้รับการลดหย่อนภาษีทันที – หากพรรคผสมยังคงอยู่ในรัฐบาลและสามารถรับรองการสนับสนุนของวุฒิสภาได้ จำนวนเงินสูงสุดของการชดเชยภาษีที่มีรายได้ต่ำจะเพิ่มจาก 530 ดอลลาร์เป็น 1,080 ดอลลาร์ต่อปีและฐานก็เพิ่มจาก 200 ดอลลาร์เป็น 255 ดอลลาร์ พรรคเลเบอร์ได้รับการสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้มีรายได้น้อยดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีในการผ่านรัฐสภา ชาวออสเตรเลียมากกว่า 10 ล้านคนจะได้รับประโยชน์แม้ว่าจะมีเพียง 4.5 ล้านคนเท่านั้นที่จะได้รับเงินเต็มจำนวน ผู้มีรายได้สูงจะได้รับประโยชน์ภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่แยกจากกันแม้จะเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ตาม โดยผู้เสียภาษีทุกรายที่มีรายได้ระหว่าง 45,000 ถึง 200,000 ดอลลาร์ สามารถได้รับการลดอัตราภาษีจาก 32.5% เป็น 30 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าร้อยละ 94 ของผู้เสียภาษีจะจ่ายเงินไม่เกิน 30 เซ็นต์ในแต่ละดอลลาร์

 


 

 

2. ชาวควีนส์แลนด์

 

การเลือกตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองเดือน ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงคือ ชาวควีนสแลนด์ ซึ่งได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก รัฐบาลกำลังวางแผนที่จะใช้เงิน 2.6 พันล้านดอลลาร์ในรัฐควีนส์แลนด์ตั้งแต่ปี 2020-01 ซึ่งเรียกว่า "โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่งระดับภูมิภาคและระดับเมืองที่มีความสำคัญ" โครงการขนาดใหญ่แต่ละโครงการรวม 800 ล้านดอลลาร์สำหรับการขยาย Gateway Motorway จาก Bracken Ridge สู่ Pine River 500 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการอัพเกรด M1 รวมถึง Daisy Hill ไปยัง Logan Motorway และ 425 ล้านดอลลาร์สำหรับ Bruce Highway

 


 

 

3. ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

 

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมถูกมองว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการการขยาย ค่าลดหย่อนภาษีสินทรัพย์ รัฐบาลกำลังเพิ่มเกณฑ์ค่าลดหย่อนภาษีสินทรัพย์ทันทีจาก 25,000 ถึง 30,000 ดอลลาร์ต่อสินทรัพย์ โดยได้มีการขยายสิทธิจากธุรกิจขนาดเล็ก (สูงสุด 10 ล้านดอลลาร์ใน รายได้ประจำปี) ไปจนถึงธุรกิจขนาดกลาง (สูงสุด 50 ล้านดอลลาร์) ในช่วงห้าปีที่ผ่านมามีการวางแผนการฝึกงานใหม่อีกกว่า 80,000 งาน โดยผู้ฝึกงานรวมทั้งคนทำขนมปัง ช่างก่ออิฐ ช่างไม้และช่างประปาจะได้รับเงิน 2,000 ดอลลาร์พร้อมเงินรางวัลให้นายจ้างเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น 8,000 ดอลลาร์ต่องาน

 


 

 

4. ภูมิภาคออสเตรเลีย

 

รัฐบาลใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการปรับปรุงถนนและความปลอดภัยทางถนนโดยยอมรับว่าสองในสามของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนในภูมิภาค รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการการปรับปรุงการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างภูมิภาคและเมืองหลวง การจัดสรรงบประมาณรอบที่ 5 และ 6 ของโครงการ Mobile Blackspot ได้ถูกจัดสรรไว้แล้วเพื่อปรับปรุงการสื่อสารทางไกลในพื้นที่ห่างไกล การผลักดันการกระจายอำนาจของรัฐบาลกลางจะทำให้ประชาชนเห็นงานการย้ายบริการสาธารณะออกนอกเมืองแคนเบอร์รามากขึ้น ในขณะที่มีโครงการมูลค่า 94 ล้านดอลลาร์ในการส่งเสริมให้นักศึกษาท้องถิ่นและนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนในสถานศึกษาในภูมิภาค

 


 

 

5.สุขภาพจิต

 

รัฐบาลลงทุนเกือบครึ่งพันล้านดอลลาร์ในกลยุทธ์ด้านสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตาย โดยมีงบประมาณ 152 ล้านดอลลาร์สำหรับการให้บริการด้าน Headspace เพิ่มเติมและ 111 ล้านดอลลาร์สำหรับศูนย์ Headspace ใหม่ 30 แห่ง อีก 230 ล้านดอลลาร์ในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมาได้รับการจัดสรรเพื่อสุขภาพจิตที่ขยายตัว

 


 

 

6. ผู้เดินทางโดยใช้รถยนต์

 

งบประมาณใหม่จำนวน 500 ล้านดอลลาร์ได้ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการอัปเกรดเป็นที่จอดรถสำหรับผู้เดินทางไปกลับโดยรถยนต์ ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ขับรถยนต์ไปทำงานอาจได้รับประโยชน์จากการจอดรถที่สะดวกขึ้นและจะมีการนำรถยนต์ออกจากถนนในช่วงเวลาเร่งด่วนเพิ่มขึ้น โดยงบประมาณสูงสุด 68 ล้านดอลลาร์ได้รับการจัดสรรให้กับรัฐวิคตอเรียและ 50 ล้านดอลลาร์สำหรับนิวเซาท์เวลส์

 


 

 

7. การต่อสู้กับโรคมะเร็ง

 

รัฐบาลวางแผนที่จะกำหนดรายการยารักษามะเร็งตัวใหม่ในโครงการ Pharmaceutical Benefits Scheme ยา Besponsa เป็นยาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ซึ่งปัจจุบันมีราคา 120,000 ดอลลาร์สำหรับการรักษาต่อคอร์ส โดยจะมีค่าใช้จ่าย 6.50 ดอลลาร์ต่อสคริปต์สำหรับผู้ถือบัตรคอนเซสชั่นและประมาณ 40 ดอลลาร์สำหรับผู้ป่วยทั่วไป

 


 

 

8. การต่อสู้กับอาชญากรรม

 

สำนักข่าวกรอง ASIO และตำรวจสหพันธรัฐได้รับการจัดสรรงบประมาณมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ในช่วงห้าปีข้างหน้า โดยรัฐบาลอ้างว่าจะเพิ่มขีดความสามารถและการปฏิบัติงานที่สำคัญของ ตำรวจสหพันธรัฐรวมถึงกิจกรรมต่อต้านการก่อการร้าย ในอนาคต อาจมีงบประมาณเข้ามามากขึ้น งบประมาณสำหรับ ASIO ครอบคลุมถึงงานเบื้องต้นเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานในอนาคต

 


 

 

9.ชาวอินโดนีเซียโชคดี

 

ชาวอินโดนีเซียจะได้รับประโยชน์โดยไม่คาดฝันจากงบประมาณแผ่นดินปีนี้ โดยจะมีการเพิ่ม Work and holiday visas เพิ่มขึ้นจาก 2,500 รายเป็น 5,000 รายตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

 


 

ผู้ที่เสียประโยชน์

 


 

 

1.ผู้รับสวัสดิการ

 

รัฐบาลต้องการนำเสนอเทคโนโลยีการจับคู่ข้อมูลใหม่เพื่อป้องกันการจ่ายเงินเกินสำหรับผู้รับความช่วยเหลือด้านรายได้จากการทำงาน โดยเชื่อว่าจะสามารถประหยัดได้ถึง 2.1 พันล้านดอลลาร์ในอีกห้าปีข้างหน้า โดยโครงการจะเริ่มดำเนินการในปี 2020-21 ผู้รับสวัสดิการที่มีการจ้างงานจะต้องรายงานรายได้ที่ได้รับในช่วงเวลาทุกสองสัปดาห์ในระบบใหม่ ซึ่งจะมีการตรวจสอบกับข้อมูลที่จัดขึ้นโดย Department of Human Services

 


 

 

2.ความต้องการเร่งด่วนสำหรับ NDIS

 

รัฐบาลอ้างว่าได้จัดสรรเงินงบประมาณสำหรับแผนประกันความพิการแห่งชาติ (National Disability Insurance Scheme) เรียกย่อๆ ว่า NDIS อย่างไรก็ตามมีการยืนยันว่าจะงบประมาณต่ำกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2019-20 งบประมาณที่จัดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้สำหรับ NDIS จะถูกนำมาใช้สำหรับสิ่งต่าง ๆ เช่น งบประมาณสำหรับการรับมือกับภัยพิบัติฉุกเฉิน ผู้สนับสนุนแย้งว่างบประมาณจำนวนนี้ไม่ควรนำไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นเมื่อมีความต้องการเร่งด่วนสำหรับการดูแลคนพิการ

 


 

3. บริษัทต่างชาติ

 

คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มจากบริษัทต่างชาติจำนวน 3.6 พันล้านดอลลาร์จากหน่วยงานจัดเก็บภาษี การลงทุนครั้งนี้หมายถึงผู้ปฏิบัติงานสามารถเพิ่มการตรวจสอบที่ปรึกษาด้านภาษีและคนกลางของผู้เชี่ยวชาญที่ส่งเสริมรูปแบบและกลยุทธ์การหลีกเลี่ยงภาษี รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณ 42 ล้านดอลลาร์ในระยะเวลาสี่ปีให้กับกรมสรรพากรเพื่อเพิ่มกิจกรรมในการจัดการกับภาษีที่ค้างชำระและหนี้สินบำนาญ

 


 

 

4.แพทย์ต่างชาติ

 

งบประมาณของปีที่แล้วรวมถึงการประหยัดเงินหลายล้านดอลลาร์จากการลดจำนวนของแพทย์ต่างชาติที่เดินทางมาออสเตรเลีย งบประมาณปีนี้ขยายโครงการดังกล่าว โดยลดจำนวนแพทย์ที่ผ่านการอบรมจากต่างประเทศลงจำนวน 155 คน โดยช่วยประหยัดได้เกือบ 300 ล้านดอลลาร์ในเวลาสี่ปี

 


 

 

5.ชาวแคนเบอร์รา

 

ในขณะที่รัฐควีนส์แลนด์และรัฐวิกตอเรียได้รับเงินงบประมาณความช่วยเหลือจากการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ ในขณะที่แคนเบอร์รากลับไม่ได้รับความสนใจ โดยมีงบประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สำหรับการสร้างถนน Kings Highway และ 20 ล้านดอลลาร์สำหรับการดำเนินการเส้นทาง William Slim Drive, Belconnen แต่จะยังไม่มีการขับเคลื่อนงบประมาณไปจนกว่าจะถึงปี 2021-22 หน่วยบริการผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลแคนเบอร์รามีกำหนดที่จะขยายเพิ่มขึ้นหกเตียง ความพยายามในการกระจายอำนาจการให้บริการสาธารณะยังคงดำเนินต่อไป อาจมีการย้ายธุรกิจพื้นเมืองออสเตรเลีย หน่วยงานความมั่นคงทางการเงินของออสเตรเลีย สำนักงานนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีออกไปนอกเมือง

 


 

 

6.มดคันไฟ

 

มดคันไฟเป็นศัตรูพืชที่สร้างความเจ็บปวด สร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศของออสเตรเลียและยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อมนุษย์ มดคันไฟนี้มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ซึ่งความเสียหายของการบุกรุกอาจเป็นจำนวนหลายพันล้านได้ โดยการกำจัดมดคันไฟได้กลายเป็นเป้าหมายภายใต้หุ้นส่วนการตอบสนองศัตรูพืชในระดับชาติ ซึ่งการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของมดคันไฟทำให้รัฐบาลต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน รัฐบาลกำลังเร่งจัดสรรงบประมาณ 20 ล้านดอลลาร์เพื่อกำจัดมดคันไฟในพื้นที่ที่ระบุ นี่เป็นงบประมาณที่ใช้เพื่อต่อสู้กับมดคันไฟและยังมีงบประมาณอื่นอีกเพื่อต่อสู้กับมดเหลืองในเขตร้อนของรัฐควีนส์แลนด์รวมถึงรับมือกับภัยคุกคามทางชีวภาพของมดจากอาร์เจนตินาที่เกาะนอร์ฟอล์ก

 


 

 

Related Posts