Book Review:

หนังสือเสียง
คิดเป็นเห็นทางรวย

(Wink and Glow Rich)

โรเจอร์ แฮมิลตัน เขียน // กฤต พิทักษ์นราธรรมและสุพิชชา สัจจะมโนชัย แปล

METAPHOR (เมทาฟอร์) เป็นวิธีการ ‘เล่าเรื่อง’ โดยที่สาระสำคัญไม่ได้อยู่ใน ‘เรื่องที่เล่า’ และสาระสำคัญที่แต่ละคนได้รับก็จะแตกต่างกันไปด้วย หรือแม้แต่ ‘คนเดิม’ ที่กลับมาอ่าน ‘เรื่องเดิม’ ใน ‘เวลาใหม่’ ก็ยังจะได้รับความรู้สึกที่แตกต่างกันไปทุกครั้งอีกด้วย เช่น เรื่องของ ‘ราชสีห์กับหนู’ ในนิทานอีสป ที่ราชสีห์ก็ได้เรียนรู้ว่าไม่ควรดูถูกคนอื่น ส่วนหนูก็ได้เรียนรู้ว่าไม่ควรจะดูถูกตัวเอง... ส่วนกวางก็ได้เห็นแล้วว่า ถ้าสัตว์ป่าทุกตัวสามัคคีกัน นายพรานจะไม่รังแกสัตว์ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว (อันหลังนี่ดิฉันมโนเอาเอง ^^)

 

Book Review:

หนังสือเสียง
คิดเป็นเห็นทางรวย

(Wink and Glow Rich)

โรเจอร์ แฮมิลตัน เขียน // กฤต พิทักษ์นราธรรมและสุพิชชา สัจจะมโนชัย แปล

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

เรื่องของเงิน by Tara Thow

 


 

METAPHOR (เมทาฟอร์) เป็นวิธีการ ‘เล่าเรื่อง’ โดยที่สาระสำคัญไม่ได้อยู่ใน ‘เรื่องที่เล่า’ และสาระสำคัญที่แต่ละคนได้รับก็จะแตกต่างกันไปด้วย หรือแม้แต่ ‘คนเดิม’ ที่กลับมาอ่าน ‘เรื่องเดิม’ ใน ‘เวลาใหม่’ ก็ยังจะได้รับความรู้สึกที่แตกต่างกันไปทุกครั้งอีกด้วย เช่น เรื่องของ ‘ราชสีห์กับหนู’ ในนิทานอีสป ที่ราชสีห์ก็ได้เรียนรู้ว่าไม่ควรดูถูกคนอื่น ส่วนหนูก็ได้เรียนรู้ว่าไม่ควรจะดูถูกตัวเอง... ส่วนกวางก็ได้เห็นแล้วว่า ถ้าสัตว์ป่าทุกตัวสามัคคีกัน นายพรานจะไม่รังแกสัตว์ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว (อันหลังนี่ดิฉันมโนเอาเอง ^^)

 


 

หนังสือชื่อ “คิดเป็นเห็นทางรวย” ที่แปลมาจาก Wink and Grow ของ Roger J. Hamilton เป็นหนังสือในหมวด ‘การเงิน’ ที่ดำเนินเรื่องด้วยวิธีของ METAPHOR ทั้งเล่ม.. และความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ คือ ทุกคนที่ “เข้าใจ” นิทานเรื่องนี้จะแนะนำให้อ่านหลายๆรอบ !! ดิฉันก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ หนังสือมือสองที่มีป้ายติดไว้ว่า “คำเตือน: ถ้าอ่านรอบเดียวจะไม่เข้าใจ ต้องอ่านซํ้าหลายๆรอบ ต้องใช้เวลาทบทวน” ส่วนคำนำก็บอกว่าเรื่องราวจริงๆไม่ได้อยู่ในเรื่องเล่า และเรื่องราวที่แท้จริงจะออกมาหลังจากอ่านซ้ำๆ อาจจะ 5 รอบหรือ 15 รอบ (หูยยย!!!) หรือแม้กระทั่งคำโปรยที่ปกหลังก็ยังเขียนไว้อย่างคลุมเครือว่า........

 


 

“กุญแจสู่ความมั่งคั่งของคุณถูกเก็บไว้ภายในหนังสือเล่มนี้ อย่าวางหนังสือเล่มนี้ลงจนกว่าคุณจะเปิดหนังสือและเอากุญแจเหล่านั้นออกมา คุณจะเปิดหนังสือเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ แต่การที่จะนำเอากุญแจเหล่านั้นออกมาได้ คุณจะต้องหากุญแจเหล่านั้นให้พบเสียก่อน

 


 

กุญแจเหล่านั้นซ่อนอยู่เบื้องหลังนิทานและบทเรียนที่คุณจะได้สัมผัส การที่จะค้นพบกุญแจเหล่านั้นได้ คุณจะต้องพัฒนาการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้น สิ่งที่คุณเห็นคือสิ่งที่คุณจะได้รับเสมอ ทุกๆครั้งที่คุณอ่านหนังสือ คุณจะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณสามารถนำกุญแจแต่ละดอกออกมาและใช้ไขประตูสู่ความมั่งคั่งของคุณ

 


 

ถ้าคุณมีความเพียรมากพอ ในไม่ช้าคุณก็จะค้นพบกุญแจดอกสุดท้าย ซึ่งเป็นกุญแจที่ถูกกล่าวถึงตลอดในนิทานเรื่องนี้และเป็นกุญแจดอกสำคัญที่สุดที่สามารถไขประตูสู่ความมั่งคั่งเกินคำบรรยาย”

 


 

โชคดีที่ดิฉันได้เจอกับหนังสือเสียงใน Youtube ที่มีคนอ่านให้ฟังแบบรวดเดียวจบ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง... อาทิตย์ที่ผ่านมาทั้งอาทิตย์ดิฉันเลยเปิดฟังไป 5 รอบ!! ดิฉันขอไม่สปอยเรื่องจริงที่อยู่ข้างหลังนิทานนะ (เพราะตัวเองก็ฟังไปด้วยความรู้สึกทั้งเข้าใจ ทั้งไม่เข้าใจ ผสมกันไปตลอดทาง 555) แต่ดิฉันจะเล่าเรื่องในหนังสือให้ฟังแบบย่อๆแทน เพราะแค่เรื่องย่อนี่ก็ ‘น่าคิด’ แล้ว ส่วนใครที่สนใจอยากฟังเรื่องเต็มก็ตามไปที่ Youtube ได้เลยค่ะ

 


 

นิทานเรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องผ่านตัวละครอายุ 9 ขวบที่ชื่อว่า ริชาร์ด ที่เป็นคำผสมกันของ Rich + Hard กลายเป็น Richard... ที่ต้องออกเดินทางเพื่อตักน้ำจาก “บ่อน้ำแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์” แทนพ่อที่ป่วยอยู่ แต่ระหว่างทางริชาร์ดได้เจอกับ ‘หญิงชรา’ และถามเธอเรื่องความมั่งคั่ง และหญิงชราก็ได้แนะนำให้ริชาร์ดไปเจอกับ ‘ช่างทำแว่นตา’

 


 

ริชาร์ดเดินทางไปตามเส้นทางที่ยากลำบากเพื่อเจอกับ ‘ช่างทำแว่นตา’ ผู้ซึ่งมีความมั่งคั่งและร่ำรวยขึ้นได้ด้วยการเป็น ‘ช่างแว่นตาที่ดีขึ้น’… เขาเล่าให้ริชาร์ดฟังว่า เขาเป็นช่างทำแว่นตาที่เชียวชาญเรื่องปัญหาการมองเห็นของเด็กๆ เมื่อเด็กๆเกิดมาด้วยสายตาที่บกพร่อง โลกของพวกเขาจะพร่ามัว แต่เมื่อพวกเขาได้ใส่แว่นตาที่เหมาะสมแล้ว โลกของพวกเขาจะชัดเจนขึ้นมา... ความมั่งคั่งร่ำรวยของ ‘ช่างทำแว่นตา’ ก็เริ่มต้นคล้ายๆกับเด็กพวกนี้แหละ มันเริ่มต้นเมื่อเขามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่เมื่อริชาร์ดถามถึงเรื่องการค้นหาวิสัยทัศน์ ‘ช่างทำแว่นตา’ ก็แนะนำให้เขาไปพบกับ ‘ช่างประปา’ ต่อ

 


 

เมื่อริชาร์ดถาม ‘ช่างประปา’ ถึงเรื่องความมั่งคั่ง เขาก็ชวนให้ริชาร์ดเข้าไปในที่ทำงานของเขาซึ่งอยู่ในบ่อน้ำพุ ที่ริชาร์ดต้องเดินผ่านน้ำพุเข้าไป ‘ช่างประปา’ บอกว่า จริงๆแล้วความสำเร็จก็เหมือนน้ำพุนี่แหละ ที่คนส่วนใหญ่มองหา แต่ไม่เห็นมัน และเมื่อเข้าใกล้มันแล้วก็กลับกลัวเปียกซะเนี่ยะ ริชาร์ดยังกังวล “แล้วหากผมว่ายน้ำไม่เป็นล่ะฮะ” ‘ช่างประปา’ บอกว่า ยิ่งนั่นทำให้เธอต้องเรียนรู้ กระโดดลงมา ว่ายน้ำหรือจมน้ำ กลับออกไป ทบทวน และกระโดดลงมาอีกครั้ง... และเมื่อริชาร์ดถามถึงเรื่องของความมั่งคั่งร่ำรวยอีกครั้ง ‘ช่างประปา’ จึงเล่าถึงรายได้ที่มาจากการลงทุน แต่ริชาร์ดก็ไม่ได้มีเงินมากมายเพื่อที่จะมาลงทุนอะไรแบบนั้นหรอก ‘ช่างประปา’ ได้บอกกับริชาร์ดว่า... งั้นเธอก็ต้องเริ่มลงทุนจากสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินสิ มันคือเวลานั่นเอง และยังแนะนำให้ริชาร์ดไปพบกับ ‘คนจัดสวน’ อีกด้วย

 


 

ในสวนนี่เองที่ริชาร์ดได้เห็น ‘บ่อน้ำแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์’ และเขาก็เข้าใจแล้วว่า ‘บ่อน้ำแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์’ แท้จริงแล้วอยู่ที่คำพูดของเรานี่เอง ไม่ได้อยู่ในที่ที่พ่อและทุกคนในหมู่บ้านเข้าใจเลย และมันยิ่งใหญ่กว่าที่ริชาร์ดคิดไว้มาก ทุกคำถามที่เราถามมันจะช่วยให้เราตักตวงความมั่งคั่งร่ำรวยได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่นั่นก็ทำให้ริชาร์ดยิ่งแปลกใจที่ทั้ง ‘ช่างทำแว่นตา’ ‘ช่างประปา’ และ ‘คนจัดสวน’ ต่างก็มั่งคั่งร่ำรวย แต่ทำไมทุกคนยังทำงานอยู่?? ‘คนจัดสวน’ หัวเราะและตอบว่าการจัดสวนไม่ใช่งานแต่มันคือความปรารถนาที่แรงกล้า และความมั่งคั่งไม่ใช่จุดจบแต่เป็นจุดเริ่มต้นต่างหากล่ะ ‘คนจัดสวน’ ยังบอกอีกว่า... ยิ่งเธอทำงานแล้วรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้ทำงานมากขึ้นเท่าไหร่ เธอยิ่งเข้าใกล้ความปรารถนาอันแรงกล้า (หรือวิสัยทัศน์) ของเธอมากขึ้นเท่านั้น และแนะนำให้ริชาร์ดได้รู้จักกับ ‘คนหาปลา’ ‘คนหาปลา’ ไม่ยอมตอบเรื่องวิสัยทัศน์และความมั่งคั่ง แต่เปลี่ยนเรื่องและเสนอที่จะสอนริชาร์ดให้เป็น ‘คนตกปลาที่ดีขึ้น’ แทน... โดย ‘คนหาปลา’ ได้ยื่นคันเบ็ดและเบ็ดหลายชนิดให้ริชาร์ด ริชาร์ดเห็นเบ็ดมากมายแต่ไม่รู้ว่าจะต้องใช้อันไหนจึงถาม ‘คนหาปลา’ ว่าอันไหนคือเบ็ดที่ดีที่สุด ‘คนหาปลา’ หัวเราะ “ฉันคิดว่าเธอจะไม่ถามซะแล้ว” และเขาก็แนะนำเบ็ดที่ดีที่สุด ที่ใช้เวลาพัฒนาถึง 5 ปีให้กับริชาร์ด และยังเล่าต่ออีกว่า.. ทุกครั้งที่เขาตกปลา เขาวางแผนที่จะล้มเหลว ในมหาสมุทรนี้มีปลาเป็นพันๆตัว เขาสามารถล้มเหลวได้ถึง 99 ครั้ง และสำเร็จเพียง 1 ครั้งก็ได้ปลาแล้ว.. และหากเขาสำเร็จ 2 ใน 100 ครั้งเขาก็จะได้ปลาเป็น 2 เท่าเลยแหละ

 


 

เมื่อเรือของ ‘คนหาปลา’ ใกล้เข้าฝั่ง ริชาร์ดก็ได้พบกับ ‘คนพายเรือ’ ที่เล่าว่าเขากลายเป็นคนมั่งคั่งร่ำรวยได้ด้วยการเป็น ‘คนพายเรือที่ดีขึ้น’ และรู้จักใช้ไม้พาย เขาบอกริชาร์ดว่า เธอจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องผ่อนแรง ว่าแล้วริชาร์ดก็คิดขึ้นได้ว่าในบรรดาทุกคนที่ประสบความสำเร็จที่ริชาร์ดรู้จักก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความพยายาม เวลา และเงินของคนอื่นด้วย ‘คนพายเรือ’ ยังบอกอีกว่า “แต่เธอก็ต้องรู้จักวิธีการใช้ไม้พายนี่ด้วยนะ” หลังจากที่ ‘คนพายเรือ’ กลายเป็น ‘คนพายเรือที่ดีขึ้น’ เขาก็ได้เรียนรู้ว่า... การพายเรือก็มีจังหวะของมัน การที่เขาทุ่มเทจ้วงน้ำอย่างไม่หยุดหย่อนนั้นไม่ได้ทำให้เรือวิ่งได้เร็วขึ้นเลย แถมยังจะทำให้เขาหมดแรงเสียด้วยซ้ำ แต่หากเขาปรับตัวเองให้เข้ากับจังหวะของการพายเรือได้ เพียงแค่เขาจ้วงน้ำ และพักเป็นสองเท่าของจังหวะการจ้วง นั่นช่วยให้เขาพร้อมที่จะกลับไปจ้วงได้อีกครั้ง และการที่เขาจ้วงน้ำน้อยครั้งอย่างถูกจังหวะนี่เองที่ช่วยให้เรือของเราวิ่งเร็วขึ้น และนี่ก็เป็นเคล็ดลับที่ทำให้ ‘คนพายเรือ’ มั่งคั่งอย่างยั่งยืน

 


 

เมื่อ ‘คนพายเรือ’ และริช (ระหว่างที่คุยกับ ‘คนพายเรือ’ หนังสือได้เปลี่ยนชื่อตัวละครจาก Richard มาเป็น Rich เฉยๆ) เข้าใกล้ฝั่ง ‘คนพายเรือ’ ได้แนะนำริชให้รู้จักกับ ‘นักดนตรี’ ผู้ที่จะช่วยให้ริชมีประสบการณ์กับความมั่งคั่งที่แท้จริง ริชได้เล่าถึงวิสัยทัศน์ที่จะประสบความสำเร็จให้ ‘นักดนตรี’ ฟัง และ ‘นักดนตรี’ ได้ถามกลับถึงสาเหตุที่ริชอาจจะล้มเหลวได้... ริชไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงอาจจะล้มเหลวได้ ในเมื่อเขาก็วางแผนที่จะล้มเหลวไว้อยู่แล้ว (เหมือนอย่างที่ ‘คนหาปลา’ บอก) และเขาก็เข้าใจเรื่องของเวลาและเงิน (ตอนที่คุยกับ ‘ช่างประปา’) และเขาก็จะไม่เร่งรีบหรือเชื่องช้าจนเกินไป (ตามคำแนะนำของ ‘คนพายเรือ’) ริชไม่เข้าใจว่าเขาอาจจะล้มเหลวได้เพราะสาเหตุอะไรอีก??

 


 

“ถ้าเธอหว่านในฤดูร้อน หรือเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ผลิยังไงล่ะ” ‘นักดนตรี’ เสริมว่า “เวลาเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดของเธอ” และเวลาก็มีรสชาติของมัน หากเธอเข้าใจรสชาติของมัน ความมั่งคั่งของเธอก็จะมั่นคง ชีวิตของเรามีฤดูกาล เธอต้องหว่านในฤดูใบไม้ผลิ ดูแลในฤดูร้อน และเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง มันไม่ได้สำคัญแค่ว่าเธอทำอะไร แต่มันสำคัญด้วยว่าเธอทำเมื่อไหร่... ริชถามถึงเคล็ดลับที่จะประสบความสำเร็จ แต่ ‘นักดนตรี’ ยิ้มและเริ่มเล่นเพลงของเธอ และหยุดเล่นตอนกลางเพลง เสียงเพลงยังคงบรรเลงต่อไปในหัวของริช ‘นักดนตรี’ ยิ้มอีกครั้งก่อนจะตอบว่า “เพราะฉันรู้ว่าโน๊ตตัวไหนคือโน๊ตตัวต่อไปน่ะสิ”

 


 

ริชและ ‘นักดนตรี’ เดินตามชายหาดไปจนกระทั่งพบกับ ‘คนดูแลรีสอร์ท’ (รีสอร์ทของ ‘คนพายเรือ’) เล่าว่าเขาเคยเป็นคนดูแลรีสอร์ทในระดับ 2 ดาวมาก่อน เขาพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในระดับ 2 ดาว และก็แปลกใจที่ชีวิตของเขากลับไปไม่ถึงไหน จนกระทั่งเขากลายเป็น ‘คนดูแลรีสอร์ทที่ดีขึ้น’ หลังจากที่เขาไม่พึงพอใจกับคุณภาพชีวิตแบบปานกลาง เขาก็ได้ตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับตัวเอง และบทเรียนของเขาก็คือ รีสอร์ทระดับ 2 ดาวก็จะดึงดูดคนระดับ 2 ดาวเข้ามา ส่วนรีสอร์ทระดับ 5 ดาวก็จะดึงดูดคนระดับ 5 ดาวเข้ามา ระหว่างทางที่ ‘คนดูแลรีสอร์ท’ ขับรถไปส่งริชที่บ้าน เขายังบอกอีกว่า “จำไว้นะริช เธอจะเป็นในสิ่งที่เธอเลือก”

 


 

ริชตื่นเต้นเมื่อกลับถึงบ้านและเล่าให้พ่อ ‘ช่างไม้’ ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่พ่อของริชกลับน้ำตาคลอเบ้าเมื่อรู้ว่าริชไม่ได้ไปยัง ‘บ่อน้ำแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์’ พ่อไม่ได้ฟังในสิ่งที่ริชกำลังพูดเลย และพยุงตัวเองออกจากบ้าน เพื่อไปตักน้ำจาก ‘บ่อน้ำแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์’ ริชร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและหลับไปพร้อมน้ำตา ก่อนที่เขาจะผลอยหลับไป คำพูดของ ‘นักดนตรี’ ก็แว่บเข้ามาในหัวของริช “ชีวิตมีฤดูกาลของมัน และมันไม่ได้สำคัญว่าเราทำอะไร แต่มันสำคัญด้วยว่าเราทำเมื่อไหร่”

 


 

วันรุ่งขึ้น ริชขอโทษ ‘ช่างไม้’ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น และอาสาไปตักน้ำที่ ‘บ่อน้ำแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์’ อีกครั้ง.. ริชได้เจอกับ ‘หญิงชรา’ และพูดคุยเรื่องความมั่งคั่งร่ำรวยอีกครั้ง จนริชได้รู้ว่า... แท้จริงแล้ว ‘หญิงชรา’ นี่เองที่เป็นเจ้าของ ‘บ่อน้ำแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์’ ที่พ่อและทุกคนในหมู่บ้านไปตักกันมาเป็นร้อยๆปี และเธอคือผู้หญิงที่มั่งคั่งที่สุดในหมู่บ้านนี้ ริชสบตากับ ‘หญิงชรา’ และคิดถึงแก้วน้ำ ถังน้ำ บ่อน้ำพุ ทะเล น้ำ น้ำมากมายเต็มไปหมด ผู้คนที่เขาได้พบเจอเมื่อวาน ไม่มีซักคนที่กังวลเรื่องน้ำ... ริชครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน คิดถึงคำพูดของทุกคนที่เขาได้เจอ คิดถึงความสัมพันธ์ของคนเหล่านั้น มีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกัน และมีอะไรบางอย่างที่ริชมองข้ามไป... ริชทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเรียบเรียงลำดับที่เกิดขึ้นอีกครั้ง จริงๆแล้วลำดับมันไม่ถูกต้อง และเมื่อเขาเรียงลำดับอย่างถูกต้องแล้ว เขาก็ได้พบกับกุญแจที่สำคัญที่สุดที่จะพาเขาไปสู่ความมั่งคั่ง... ริชตาเป็นประกายเมื่อคิดได้.... แล้วนิทานก็จบ !!!! (พร้อมกับบทส่งท้ายที่ความหมายคล้ายๆกับคำนำ คือถ้าใครยังคิดไม่ได้ก็ให้กลับไปฟังอีกรอบ อาจจะต้องฟังซัก 5 รอบ หรือ 15 รอบ แต่ก็ให้ฟังไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้าใจ - -“)

 


 

ดิฉันร้อง “เฮ้ย!!” ดังมากกกก.... เลยเปิดฟังไป 5 รอบแล้วเนี่ยะ (ฟังเหมือนโดนท้า 555) ใครที่อ่านเรื่องย่อแล้วรู้สึกค้างคาใจ อยากจะค้นพบกุญแจสำคัญที่จะพาไปสู่ความมั่งคั่งก็เชิญไปฟังกันได้นะคะ แค่พิมพ์ชื่อหนังสือ “คิดเป็นเห็นทางรวย” ไปใน Youtube ก็เจอเลยค่ะ มีหลายคลิปอยู่ ลองเลือกดู... ส่วนใครที่ค้นพบกุญแจของหนังสือเล่มนี้แล้วก็หลังไมค์มาเม้าท์มอยกันได้นะคะ ดิฉันคิดว่าดิฉันเจอแล้ว.. แต่เสน่ห์ของ METAPHOR มันก็อยู่ตรงที่กุญแจที่แต่ละคนเจออาจจะไม่เหมือนกันนี่แหละ

 


 

 

Related Posts