Regional Areas
ตัวใหม่มีดีอย่างไร

แล้วพื้นที่ไหนถึงนับเป็นพื้นที่ในส่วนภูมิภาคกันบ้าง!!



เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2019 กันแล้วนะคะ...คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้ไฟป่าในรัฐ NSW ค่อนข้างรุนแรง และ hardcore เหลือเกิน จนในเรื่องของสภาพอากาศและฝุ่นควันถึงกับส่งผลกระทบเข้ามาถึงในใจกลางเมือง Sydney อยู่หลายวันเหมือนกัน ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วย ถ้าจำเป็นก็อย่าลืมหาซื้อหน้ากากอนามัยมาสวมใส่เพื่อป้องกันสุขภาพกันด้วยนะคะ

 

Regional Areas ตัวใหม่มีดีอย่างไร

แล้วพื้นที่ไหนถึงนับเป็นพื้นที่ในส่วนภูมิภาคกันบ้าง!!

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

Visa Talk by CP Sydney

 


 

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2019 กันแล้วนะคะ...คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้ไฟป่าในรัฐ NSW ค่อนข้างรุนแรง และ hardcore เหลือเกิน จนในเรื่องของสภาพอากาศและฝุ่นควันถึงกับส่งผลกระทบเข้ามาถึงในใจกลางเมือง Sydney อยู่หลายวันเหมือนกัน ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วย ถ้าจำเป็นก็อย่าลืมหาซื้อหน้ากากอนามัยมาสวมใส่เพื่อป้องกันสุขภาพกันด้วยนะคะ

 


 

ก็บทความในฉบับนี้ของ Visa Talk By CP Sydney เราจะไปพูดถึงเรื่องที่ทางรัฐบาลเคยประกาศออกมาก่อนหน้านี้สักพักใหญ่แล้วว่า “ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2019 เป็นต้นไป จะมี regional visas ตัวใหม่มาให้ใช้กัน” แต่จนบัดนี้ (2 วันก่อนเริ่มใช้วีซ่าตัวใหม่) ก็ยังไม่มีการอัพเดทโดยตรงต่างๆ ออกมากจากทางอิมมิเกรชั่นหรือรัฐบาลเลยสักที และด้วยความที่เราต้องส่งต้นฉบับของบทความฉบับนี้แล้ว ในฉบับนี้เราก็จะเอาข้อมูลอัพเดทต่างๆที่เราทราบ ไม่ว่าจะเป็นมาจากทางวงการ migration agent หรือข่าวต่างๆที่เชื่อถือได้ก็ดี มาอัพเดทให้ทราบเบื้องต้นกันก่อน เผื่อใครเล็งๆอะไรไว้ว่าจะย้ายเมืองจะได้เตรียมตัวกันได้ก่อนนะคะ แล้วถ้ามีอัพเดทที่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรจากทางหน่วยงานของรัฐบาลเมื่อไหร่ เราจะมาเขียนให้ได้อ่านกันอีกทีค่ะ...แต่ก่อนที่จะไปลงถึงเนื้อหาหลักของเราในวันนี้ เราก็มีอัพเดทเกี่ยวกับวีซ่านักเรียนมาให้อ่านกันก่อนสักเล็กน้อยค่ะ

 


 

ที่จริงก็คิดว่าหลายๆคนน่าจะพอทราบกันบ้างแล้ว คือ ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา Migration agent ของทางออฟฟิศเรา ได้รับการแจ้งจาก MIA (Migration Institute of Australia) ภายใต้หัวข้อ “Student visas – Financial capacity increase” ว่า ได้มีการอัพเดทข้อบังคับในเรื่องของการโชว์เอกสารการเงินสำหรับการขอวีซ่านักเรียน (Student visa – subclass 500) และวีซ่าผู้ปกครองของนักเรียน (Student Guardian visa – subclass 590) โดยมีใจความสำคัญดังนี้ค่ะ

 

• Living costs ที่นำมาคิดในการโชว์หลักฐานทางการเงินสำหรับคนหลักที่สมัครวีซ่านักเรียน และวีซ่าผู้ปกครองของนักเรียน จากเดิมที่กำหนดตัวเลขไว้ที่คนละ A$20,290 ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น A$21,014

• ในกรณีที่มีคนติดตามมาในวีซ่านักเรียน รวมถึงวีซ่าผู้ปกครองของนักเรียนก็ดี ถ้าเป็นแฟนหรือคู่ครอง living costs ที่ต้องนำมาคำนวณเข้าไปด้วยก็จะอยู่ที่ A$7,362 แต่ถ้าเป็นลูกมาติดตามก็จะเป็น A$3,152 แต่ จะต้องเพิ่มค่าเรียนอีก A$8,296 เข้าไปด้วยสำหรับคนติดตามที่เป็นลูก

• สำหรับคนที่เลือกโชว์รายได้ต่อปีของสปอนเซอร์ในการทำวีซ่านักเรียน สปอนเซอร์จะต้องมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า A$62,222 สำหรับการทำวีซ่านักเรียนโดยที่ไม่มีคนติดตาม แต่ถ้ามีคนติดตามในวีซ่านักเรียนด้วย สปอนเซอร์ก็จะต้องมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า A$72,592 ซึ่งก็จะเป็นตัวเลขเดียวกันกับการทำวีซ่าผู้ปกครองของนักเรียนค่ะ

 


 

 


 

เอาจริงๆ ถามว่ากระทบอะไรมากไหม มันก็ไม่ได้กระทบอะไรมากหรอกค่ะ เพราะก็ถือว่าเพิ่มขึ้นมาแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับตัวคนที่ขอวีซ่าไม่มากก็น้อย เลยเอามาแชร์ให้ได้อ่านกัน

 


 

มาเข้าเรื่องของพระเอกในวันนี้กันเลยดีกว่า ก็คงทราบกันอยู่แล้วแหล่ะว่าตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มี regional visas ตัวใหม่ให้ได้ใช้กันแล้ว และก็อย่างที่ได้บอกไปว่าวันที่เขียนต้นฉบับส่งทางสำนักพิมพ์ (14 พฤศจิกายน) ก็ยังไม่ได้มีข้อมูลตัวเต็มทั้งหมดออกมาจากทางอิมมิเกรชั่นหรือรัฐบาลให้ได้อ่านกันสักที เราก็เลยต้องเอาข้อมูลเท่าที่มีจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ต่างๆมาอัพเดทให้ได้อ่านกันไปพลางๆก่อนค่ะ ก็จะเป็นในเรื่องของนิยามการให้คำจำกัดความ Regional areas หรือพื้นที่ท้องถิ่นส่วนภูมิภาคแบบใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2019 เป็นต้นไป โดยจะสามารถแบ่งคำจำกัดความออกได้เป็น 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

 

• ‘Major Cities’ of Sydney, Melbourne, and Brisbane will not have access to regional incentives – อันนี้ง่ายเลย ก็คือ suburb อย่าง Sydney, Melbourne, และ Brisbane รวมถึงละแวกใกล้เคียง จะไม่นับเป็น regional area ค่ะ

• ‘Cities and Major Regional Centres’ of Perth, Adelaide, the Gold Coast, the Sunshine Coast, Canberra, Newcastle/Lake Macquarie, Wollongong/Illawarra, Geelong, and Hobart – ก็คือ suburbs ในกลุ่มนี้และละแวกใกล้เคียง จะนับเป็น regional area ทั้งหมด และได้รับสิทธิพิเศษดังนี้

• อยู่ในกลุ่มของโควตา 25,000 คน/ปี ที่ยื่นขอ PR ได้ผ่านทาง regional visas

• Priority processing ก็คือ อิมมิเกรชั่นจะประเมิน regional visas ก่อน ทำให้รู้ผลของวีซ่าเร็วขึ้น

• มีอาชีพที่สามารถยื่น PR ได้มากขึ้น จากอาชีพในกลุ่มของ Regional Occupation List (ROL)

• นักเรียนต่างชาติที่จบการศึกษาตั้งแต่ในระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) ขึ้นไปจากมหาวิทยาลัยใน regional campus จะได้ post-study work visa เพิ่มขึ้นอีก 1 ปี

• ‘Regional Centres and Other Regional Areas’ – อันนี้ก็จะเป็นพวกอาณาบริเวณที่เหลือ หรืออาทิเช่นพื้นที่ที่เป็น regional area มาตั้งแต่นานนม ก็จะได้รับสิทธิพิเศษดังต่อไปนี้ค่ะ

• อยู่ในกลุ่มของโควตา 25,000 คน/ปี ที่ยื่นขอ PR ได้ผ่านทาง regional visas

• Priority processing ก็คือ อิมมิเกรชั่นจะประเมิน regional visas ก่อน ทำให้รู้ผลของวีซ่าเร็วขึ้น

• มีอาชีพที่สามารถยื่น PR ได้มากขึ้น จากอาชีพในกลุ่มของ Regional Occupation List (ROL)

• นักเรียนต่างชาติที่จบการศึกษาตั้งแต่ในระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) ขึ้นไปจากมหาวิทยาลัยใน regional campus จะได้ post-study work visa เพิ่มขึ้นอีก 2 ปี

• สิทธิประโยชน์จากการที่อยู่ในกลุ่มของ Designated Area Migration Agreements (DAMAs)

Source: https://www.pm.gov.au/media/morrison-government-increases-regional-migration-target

 


 

**หมายเหตุ ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หากใครสนใจเรื่องการย้ายไปเรียนที่ Tasmania (Hobart อยู่ในกลุ่มที่ 2) ก็สามารถไปหาอ่านเกี่ยวกับเงื่อนไขของการยื่น PR ใน Tasmania ที่เราได้เขียนไปก่อนหน้านี้กันได้ที่ https://visatalkbycpsydney.blogspot.com/2019/10/Tasmania-subclass190-requirement.html เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะย้ายไปเรียนที่ Tasmania หรือไม่ ได้เลยนะคะ

 


 

นอกจากสิทธิประโยชน์ข้างต้นของการออกไปเรียนใน regional areas ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มที่ 2 หรือ กลุ่มที่ 3 ก็ยังจะมีสิทธิประโยชน์ในเรื่องของทุนการศึกษามูลค่า A$15,000 จากรัฐบาลที่จะอนุมัติให้กับนักเรียนต่างชาติอีกด้วยนะคะ...โดยตอนนี้ได้มีประกาศยืนยันออกมาจาก Department of Education (DE) แล้วว่าในปีการศึกษา 2020 ทาง DE ได้อนุมัติทุนการศึกษาจากรัฐบาลภายใต้ Destination Australian Program ออกมาแล้วทั้งหมด 1,180 ทุนด้วยกัน โดยจะครอบคลุมทั้งนักเรียนต่างชาติ และนักเรียนที่เป็นชาวออสเตรเลีย ส่วนในเรื่องของระดับการศึกษาก็จะไล่ไปตั้งแต่การเรียนในระดับ Certificate IV ไปจนถึง PhD เลยด้วย ซึ่งนักเรียนที่สนใจก็จะสามารถแจ้งความประสงค์เพื่อขอสมัครรับทุนการศึกษาดังกล่าวได้โดยตรงกับทางสถาบันที่เลือกเรียน แต่ อย่าเพิ่งดีใจกันไปว่าจะได้รับทุนกันทุกคนที่สมัครไปเรียนที่ไหนก็ได้ใน regional areas นะคะ เพราะทุนดังกล่าวได้แจกจ่ายออกไปให้กับสถาบันการศึกษาต่างๆที่ได้รับเลือกจากทางรัฐบาลแค่เพียง 35 แห่งเท่านั้น และแต่ละที่ก็จะมีโควตาของทุนการศึกษาดังกล่าวไม่เท่ากันอีกด้วย ตัวอย่างเช่น The University of Wollongong ใน NSW ก็ได้รับอนุมัติทุนจากรัฐบาล 7 ทุนให้สำหรับนักเรียนที่เลือกเรียนที่ Shoalhaven Campus ในขณะเดียวกันจะมีโควตาให้กับนักเรียนที่เรียนใน Moss Vale, Bega, หรือ Bateman’s Bay แค่เพียง campus ละ 6 ทุนเท่านั้น เพราะฉะนั้นในแต่ละสถาบันก็คงจะมีเกณฑ์การตัดสินที่จะให้ทุนนี้แตกต่างกันออกไปค่ะ แต่ถ้าใครสนใจก็สามารถลองสมัครกันดูได้นะคะ ตัวอย่างของสถาบันอื่นๆที่ได้รับทุนนี้จากรัฐบาลก็อาทิเช่น Charles Darwin University ใน Northern Territory, TAFE Queensland, University of South Australia, University of Tasmania, La Trobe University ใน Victoria, Curtin University ใน Western Australia ฯลฯ ค่ะ

Source: https://www.education.gov.au/news/available-now-scholarships-study-regional-australia

 


 

นี่ก็เป็นข้อมูลอัพเดททั้งหมดเกี่ยวกับ Regional visas ที่เรามี ณ ตอนนี้นะคะ เดี๋ยวถ้ามีประกาศเพิ่มเติมออกมาเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกทีเมื่อไหร่ ก็รอตามอ่านกันได้ใน Visa Talk By CP Sydney ได้เลยค่ะ

 


 

สุดท้ายนี้ หากเพื่อนๆอยากจะปรึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนต่างๆ และการทำวีซ่านักเรียนก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่แนะแนวทางด้านการเรียนของเราได้ที่ (+61) 2 9267 8522 หรือจะทักแชทกันมาที่ Facebook Page ของ CPSydney office www.facebook.com/cpsyd กันก็ได้นะคะ หรือถ้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำวีซ่าทักษะชนิดต่างๆ และการขอ PR

 


 

ผ่านทางวีซ่าทักษะต่างๆหรือผ่านทางวีซ่าครอบครัวและวีซ่าคู่ครอง ก็สามารถโทรเข้ามาเพื่อนัดเวลาเข้ามาพูดคุยกับ Migration agent ของ CPSydney office ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ด้านบนเช่นเดียวกันค่ะ

 


 

สำหรับฉบับนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

CPSydney office Team

 


 

 

Related Posts