วันพระ

ไม่ได้มีหนเดียว








ฝนตกหนัก กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ห่าฝนกระแทกผืนดินหนักๆ อย่างคนกระทืบเท้าแรงๆ ลงไม้กระดานปูพื้นบ้าน ตูมๆ ซู่ๆ ต้นไม้แหวกใบให้ลูกธนูแห่งสายฝนปักเสียบดิน เสียงหนาหนักของเม็ดฝนกระทั่นกระแทกกระเบื้องมุงหลังคา ตึงๆ ตูมๆ แล้วฟ้าก็ผ่าเสียงเปรี้ยง ดังลั่นท่ามกลางฝนนั้น ใจผมวูบสะดุ้งวาบหนึ่ง เสียงฝนดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเสียงกลองที่เขาตีรัวอย่างรวดเร็ว ด้วยมืออันหนาใหญ่ ฟาดลงไป ฟาดลงไป ฟาดลงไปที่หน้ากลอง จนมองเห็นหนังหน้ากลองตึงๆ เต้นระรัว ผมลุกขึ้นนั่งมองฝนที่เทลงมาเป็นสาย มัวๆ กดโทรศัพท์ดูนาฬิกา มันบอกเวลาตี ๓ กว่าๆ อีกไม่นานจะได้เวลาที่ตุ๊ลุงจุดพลุเพื่อบอกเตือนชาวบ้านว่า วันนี้วันพระ ให้ลุกขึ้นเตรียมครัวทานไปทำบุญที่วัดกันได้แล้ว

 

วันพระ

ไม่ได้มีหนเดียว

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

ชนบทประเทศ

 


 

ฝนตกหนัก กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ห่าฝนกระแทกผืนดินหนักๆ อย่างคนกระทืบเท้าแรงๆ ลงไม้กระดานปูพื้นบ้าน ตูมๆ ซู่ๆ ต้นไม้แหวกใบให้ลูกธนูแห่งสายฝนปักเสียบดิน เสียงหนาหนักของเม็ดฝนกระทั่นกระแทกกระเบื้องมุงหลังคา ตึงๆ ตูมๆ แล้วฟ้าก็ผ่าเสียงเปรี้ยง ดังลั่นท่ามกลางฝนนั้น ใจผมวูบสะดุ้งวาบหนึ่ง เสียงฝนดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเสียงกลองที่เขาตีรัวอย่างรวดเร็ว ด้วยมืออันหนาใหญ่ ฟาดลงไป ฟาดลงไป ฟาดลงไปที่หน้ากลอง จนมองเห็นหนังหน้ากลองตึงๆ เต้นระรัว ผมลุกขึ้นนั่งมองฝนที่เทลงมาเป็นสาย มัวๆ กดโทรศัพท์ดูนาฬิกา มันบอกเวลาตี ๓ กว่าๆ อีกไม่นานจะได้เวลาที่ตุ๊ลุงจุดพลุเพื่อบอกเตือนชาวบ้านว่า วันนี้วันพระ ให้ลุกขึ้นเตรียมครัวทานไปทำบุญที่วัดกันได้แล้ว

 


 

หมู่นี้ ผมนอนไม่ค่อยหลับในวันโกน คือ วันก่อนวันพระหนึ่งวัน เป็นอย่างนี้มาสอง-สามอาทิตย์แล้ว หรืออาจเป็นมามากกว่านี้ แต่ไม่ได้สังเกตว่าวันที่นอนไม่หลับ คือ วันอะไร

 


 

ตุ๊ลุงบอกว่า ผีมันมาขอส่วนบุญ วันพระนี้คนชวนมาทำบุญกัน ผีก็อยากได้ส่วนบุญ จึงมารอส่วนบุญ “มันเป็นวันปล่อยผี” แกว่า แล้วอธิบายเสริมว่า “ยิ่งวันพระใหญ่ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ยมโลกจะงดเง้นการทรมานสัตว์นรก ผี เปรต หนึ่งวัน โดยเปิดโอกาสให้สัตว์นครขึ้นมารับบุญที่มนุษย์อุทิศให้”

 


 

“แล้วทำไมจึงมาทำให้ผมนอนไม่หลับ” ผมถามตุ๊ลุง “มันเคยได้จากโยม มันเลยมากระตุ้นความรู้สึก ทำนองว่าอย่าลืมมันนะ วันพระไปทำบุญแล้ว ก็อย่าลืมอุทิศบุญให้มันนะ” ตุ๊ลุงว่าอีก “เข้าวัด ฟังธรรมในวันพระ แล้วอุทิศบุญให้มัน ก็หาย” “ด้วยเหตุนี้ เพื่อป้องกันสิ่งไม่ดีและอาถรรพ์ต่างๆ ชาวบ้านจึงต้องไปวัดในวันพระ ไม่ทำงาน งดเดินทางไกล ต้นไม้ใบหญ้าไม่ตัดไม่เด็ด ตลาดก็ไม่มีของขายมากเหมือนวันธรรมดา ยิ่งร้านขายปลา หมู ไก่ แทบจะไม่มีให้เห็นในวันพระเลย” “อาถรรพ์อะไร” ผมถาม “ก็ไอ้พวกที่เล่นคุณไสยไง มันต้องปล่อยของที่มันทำ ทำนองว่าทดลองใช้ ปล่อยไปในทิศต่างๆ ของไปโดนใคร ไปเข้าใคร คนนั้นก็เจ็บป่วยได้ไข้ ของแรงมากก็ถึงตาย คนเล่นของก็นั่งฟังข่าวคนเจ็บคนตายในทิศที่มันปล่อยของไป” “มันปล่อยวันพระหรือครับ” “ปล่อยวันอังคาร วันเสาร์ วันโกน วันพระ มันเชื่อว่า ของที่ปล่อยในวันเหล่านี้จะไม่ย้อนกลับมาหามัน” ผมคิดในใจ นี่เป็นวิธีที่โหดร้ายที่สุด เอาชีวิตของคนอื่นเป็นเครื่องทดลองวิชาตน “เทวดาก็ไม่อยู่ในวัดพระ” ท่านพูดต่ออีกว่า “เทวดาเขาไปฟังธรรมที่ธรรมสภาบนสวรรค์โน้น มาไม่ได้หรอก เขาก็ต้องการบุญ เราก็ต้องคอยระวังกันให้ดี วันพระ คนจึงต้องมาวัด อยู่วัด นอนวัด ฟังธรรม สวดมนต์ เพื่อป้องกันผีและของคุณไสย” ป้าพิกุลที่นั่งฟังอยู่ด้วย ก็บอกว่า ป้าก็นอนไม่หลับวันโกน แม่ป้าก็มีอาการแปลกๆ ในวันพระด้วย แกจะไม่ยอมมองหน้าป้า ดื้อเป็นพิเศษ เห็นหน้าป้าแล้วก็เดินเข้าห้องนอน ไม่พูดไม่คุย ไม่กินข้าว หัวเสียง่าย เดี๋ยวจะเอาโน้นเอานี้ จะทำโน้นทำนี้เอง ผมนิ่งฟัง

 


 

วันพระก่อนจะกินขนมปังทาเนยก็ไม่บอก ไอ้ป้าก็อุตสาห์ทำกับข้าวให้ ก็ไม่ยอมกิน แอบเอาขนมปังทาเนยไปใส่เวฟ เป็นไงละทีนี้ ควันฟุ้งเต็มบ้าน เวฟพัง พอถาม ก็บอกว่าไม่ได้ทำ ผมว่าเป็นอาการของคนแก่หรือเปล่าครับ แม่ป้าก็อายุมากแล้ว ป้าพิกุลส่ายหน้าว่า “วันอื่นไม่เห็นเป็น” ตุ๊ลุงว่า “มันเป็นอย่างนั้นเชียวหรือ เดี๋ยวเองเอาน้ำมนต์ที่หน้าพระประธานไปให้แม่กินและอาบ เอาไปผสมน้ำที่บ้านนะ เก็บไว้ดื่มไว้ใช้ ถ้ายังไม่หายก็เอามาหาตุ๊ลุง” ป้าพิกุลไหว้ ผมถาม “ตุ๊ลุงจะทำอย่างไรครับ” “กูจะรดน้ำมนต์ให้มันเอง” แล้วตุ๊ลุงก็เล่าเรื่องที่อีทิพย์โดนของใส่วันพระ

 


 

อีทิพย์ที่ตุ๊ลุงเล่า ตอนนี้เป็นยายทิพย์ อายุพอๆ กับตุ๊ลุง ก็ตอนที่ตุ๊ลุงยังเป็นเณร เห็นพ่อกับแม่อุ้มมันมาหาพระอาจารย์ที่วัด ตามันเขียวคล้ำเหมือนถูกใครชกมาอย่างนั้นแหละ พระอาจารย์เห็นเข้าก็ถามว่า ไปทำอะไรมา พ่อมันว่า เมื่อคืนวันพระ มันลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำท้ายบ้านตอนดึก มันเล่าต่อว่า มันได้ยินเสียงเรียก มันก็ตอบไป แล้วลมก็พัดผ่านมันวูบหนึ่ง ขนลุกซู รีบเข้าห้องน้ำแล้วกลับไปนอน ตื่นมาก็เป็นอย่างที่เห็น “ถูกของ” พระอาจารย์ฟันธง “อีหนูมันดวงตก ของที่ปล่อยมาลงใส่ตัว”

 


 

แล้วพระอาจารย์ก็บริกรรมคาถา เอาน้ำมนต์ให้ดื่ม เอาน้ำมนต์มารดหัว “ของไม่แรง” ท่านว่า แล้วอีทิพย์ก็อ้วก อาเจียนเอาเส้นผมออกมา อาเจียนเอาเส้นผมออกมาอีก อาเจียนจนหมดเส้นผม พระอาจารย์ก็ให้น้ำมนต์ไปอาบไปกินที่บ้าน แล้วสั่งอีทิพย์ว่า “กลางคืนวันพระอย่าออกจากบ้าน ได้ยินใครทักก็อย่าตอบอย่าหัน มันชอบปล่อยของกันวันพระ” ตุ๊ลุงว่า ตอนที่อีทิพย์มันอ้วก ตุ๊เห็นกับตาเลยว่าเป็นเส้นผมยาวๆ ดำๆ เป็นก้อนๆ ออกมาพร้อมกับอ้วกมัน ผมนิ่ง ในใจคิด ตายละหว่า เดือนหนึ่งมีวันพระตั้ง ๔ วัน นี่ผมจะนอนไม่หลับเดือนละ ๔ วันหรือ ตุ๊ลุง บอกให้เอาน้ำมนต์ไปกินไปอาบ หมั่นทำบุญ ใส่บาตร เข้าวัดในวันพระ เดี๋ยวก็หาย

 


 

ผมยกมือไหว้ หวั่นใจลึกๆ ยังไงชอบกลก็ไม่รู้ ตักน้ำมนต์ใส่ขวดแล้ว ก้มลงกราบตุ๊ลุง แกพูดเบาๆ พอได้ยินแต่ผมว่า วันพระอย่าเอากับเมียนะ ผมมองหน้าตุ๊ลุง ว่าแกพูดเล่นพูดจริง แล้วแกก็ย้ำคำเดิม ผมยกมือไหว้อีกที ในใจคิด วันพระไม่ได้มีหนเดียว นอกจากนอนไม่หลับเดือนหนึ่ง ๔ วันแล้ว ยังนอนกับเมียไม่ได้เดือนหนึ่ง ๔ วันด้วยเหรอ