ยืนตรง








เมื่อถึงเวลาที่เพลงชาติไทยดังขึ้น นายคำ ทหารขาขาดเพราะภัยสงคราม จะยันกายด้วยไม้เท้าและขาอีกข้างที่เหลือ ลุกขึ้นยืนตรง แกนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหกปีก่อน ที่รถทหารซึ่งแกเป็นคนขับต้องพลิกคว่ำด้วยแรงระเบิดของผู้ไม่หวังดีต่อชาติ เพื่อนแกตาย แกพิการ รักษาขาหายแล้วก็กลับมาอยู่บ้าน

 

ยืนตรง

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

ชนบทประเทศ

โดย ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี

 


 

เมื่อถึงเวลาที่เพลงชาติไทยดังขึ้น นายคำ ทหารขาขาดเพราะภัยสงคราม จะยันกายด้วยไม้เท้าและขาอีกข้างที่เหลือ ลุกขึ้นยืนตรง แกนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหกปีก่อน ที่รถทหารซึ่งแกเป็นคนขับต้องพลิกคว่ำด้วยแรงระเบิดของผู้ไม่หวังดีต่อชาติ เพื่อนแกตาย แกพิการ รักษาขาหายแล้วก็กลับมาอยู่บ้าน

 


 

ป้าสมที่ขายส้มตำอยู่สถานีรถไฟ ก็หยุดตำส้ม วางสากวางมือ ยืนตรงเคารรพธงชาติ เธอไม่เคยไปรบ ไม่เคยเสียสามีไปในสงคราม ลุงหวัดสามีแกยังอยู่ดีกินดี ทำสวนทำนาอยู่กับบ้านแบบพอเพียง นามี ๒ ไร่ สวนมี ๕ ไร่ ตอนแรกล่มจมเพราะค่าปุ๋ยค่ายาค่ารักษาต้นข้าวต้นมะม่วง เมื่อปีกลายเกษรอำเภอมาแนะนำให้ทำสวนตามพระราชดำรัส แบบผสมผสาน เปลี่ยนความคิดใหม่ จากการทำเกษตรเพื่อขาย เป็นการทำเกษตรเพื่อชีวิตตนเอง ทำกิน ทำอยู่ ทำให้พอกินพออยู่ พออกพอใจก่อนแล้วค่อยนำไปขาย เอาตังค์เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แม้อยู่ในสวนในนา หากแกได้ยินเสียงเพลงชาติที่ดังล่องมา แกก็จะทิ้งจอบวางมีดยืนตรงอยู่คนเดียวโดดเดียวท่ามกลางหมู่มะม่วงมะพร้าวมะไฟส้มสูกลูกไม้ แกนึกถึงบุญคุณในหลวง

 


 

ภรรยาผมเองก็ไม่รั้งรอที่จะหยุดเดินหยุดกินหยุดพูดเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติ หล่อนบอกว่า ที่ยืนเพราะเคารพนับถือในหลวง ท่านมีเมตตาต่อประชาชน เสด็จไปทุกแห่ง คิดทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่ดีกินดี มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเก่า เธอเคารพกษัตริย์ในอดีตทุกพระองค์ที่เป็นผู้นำทัพเข้าสู่สงคราม ต่อสู้เพื่อเอาชัยชนะ ก่อร่างสร้างชาติมาจนทุกวันนี้

 


 

ก็วันก่อนที่ไปเดินถนนคนเดินด้วยกัน เธอยังปล่อยมือผม เมื่อโฆษกประกาศเสียงตามไมค์ว่าถึงเวลา ๑๘.๐๐ น. แล้ว เวลาที่เราต้องเคารพธงชาติ ขอให้พ่อค้าแม่ค้าลูกค้าทั้งไทยและจีนและฝรั่งยืนตรงเคารพเพลงชาติไทย ผมหันมองไปรอบๆ ทุกคนก็หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ และยืนตรง ไม่เหมือนนายสามนิ้ว นักศึกษาปี ๒ ที่ไม่ยืนตรงเคารพธงชาติ เขานั่งและชูสามนิ้วเมื่อเพลงชาติบรรเลง เขาอ้างสิทธิเสรีภาพที่กำหนดไว้ในหลักประชาธิปไตย “ใครจะยืน ฉันไม่ยืน เพราะเป็นสิทธิของฉัน ใครจะบังคับฉันไม่ได้” เขามักพูดอย่างนี้เมื่อถูกคนถามว่าทำไมไม่ยืนตรง

 


 

“เขาจะเคารพใครก็เรื่องของเขา ใครจะเคารพเขาก็เรื่องของใครคนนั้น เขาไม่เคารพใครก็เรื่องของเขา ใครไม่เคารพเขาก็เรื่องของเขาคนนั้น ไม่เห็นต้องบังคับออกกฎหมายให้ยืนตรงเคารพใคร” เขาจะให้เหตุผลเช่นนี้แหละ

 


 

“ไม่ใช่เขาไม่รักชาติ แต่เขารักชาติที่เป็นประชาธิปไตย” เขาว่าอย่างนี้แหละ

 


 

กฎหมายที่บังคับให้ทุกคนที่เป็นคนไทยต้องยืนเคารพธงชาตินี้ ถูกประกาศใน พ.ศ. ๒๔๘๕ สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นกฎหมายลูกที่ออกตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ อยู่ในมาตรา ๖ ระบุไว้ว่า บุคคลทุกคนจักต้องเคารพตามระเบียบเครื่องแบบหรือตามประเพณี คือ เคารพธงชาติเวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ทุกวันพร้อมกัน บุคคลทุกคนจักต้องเคารพธงชาติ ธงไชยเฉลิมพล ธงเรือรบ ธงประจำกองยุวชนทหาร หรือธงประจำกองลูกเสือ เมื่อชักขึ้นหรือลงประจำสถานที่ราชการ เมื่อเชิญมาตามทางราชการ หรืออยู่กับที่ประจำแถวหรือหน่วยทหาร ยุวชนทหาร หรือลูกเสือ บุคคลทุกคนจักต้องเคารพเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงเคารพอื่นๆ ซึ่งบรรเลงในงานตามทางราชการ ในงานสังคม หรือในโรงมหรสพ

 


 

ตั้งแต่นั้น คนไทยก็ต้องหันยืนตรงเมื่อเวลาได้ยินเพลงชาติ

 


 

ยืนให้พร้อมเพรียงกัน

 


 

แรกๆ ก็คงงง ว่ายืนทำไม บางคนที่ไม่รู้ก็ไม่ยืน บางคนที่ไม่รู้ก็ยังนั่งยังนอนยังกินยังขับถ่ายอยู่ แต่นานเข้าเมื่อรู้แล้วก็ยืนกันเป็นปกติวิสัย

 


 

แต่ใน พ.ศ. ๒๕๕๓ รัฐบาลได้ประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยให้ยกเลิกมาตรา ๓ ตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๘๕ เสีย จึงเป็นว่า การยืนตรงเคารพชาติเพื่อแสดงความเป็นอารยะของคนไทยในสมัยหนึ่ง ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องอีกแล้ว ความเป็นอารยะไม่จำเป็นต้องทำอะไรพร้อมเพรียงกันก็ได้ “แตกต่างกันสวยงามกว่า” ไม่ต้องยืนตรงเหมือนกันก็ได้ กฎหมายที่จะบังคับคนให้ยืนตรงนี้จึงไม่มีอีกแล้ว

 


 

นายสามนิ้วยังบอกว่า “ดีแล้ว ที่ไม่มีกฎหมายบังคับ แต่คนที่ยังยืนตรงให้ชาติ ให้กษัตริย์ ก็ยังมี และคนเหล่านั้นก็คงไม่เข้าใจถึงสิทธิเสรีภาพตามแนวคิดประชาธิปไตยอันแท้จริง” เขามักจบประโยคการพูดของเขาด้วยคำว่า “อันแท้จริง” อยู่บ่อยๆ ทำนองว่า อันโน้นอันนี่ที่แท้จริงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นต้น แม้ไม่มีกฎหมายเลิกให้ยืนตรง เขาก็ไม่ยืนตรง เพราะเขาเข้าใจในประชาธิปไตยอันแท้จริง ว่าคนเราไม่ต้องเคารพใครที่ไม่อยากเคารพ ไม่ต้องเคารพชาติด้วยการยืนตรงเหมือนกันก็ได้

 


 

อันที่จริงนั้น พวกเรายืนเคารพธงชาติเพราะอะไร นายคำทหารขาขาดยืนทำไม ป้าสมและลุงหวัดยืนทำไม ภรรยาผมยืนทำไม

 


 

เหตุผลอาจไม่ใช่เพื่อความเป็นระเบียบพร้อมเพรียงกันหรือให้ฝรั่งเห็นความเป็นอารยะของคนไทยอย่างในสมัยก่อนก็ได้

 


 

แต่เป็นเพราะการที่พวกเขารักในผืนแผ่นดินนี้ รักในหญ้า ในน้ำ ในทะเล ในสัตว์ ในการเกษตร รักในอากาศ รักในความเป็นคนไทยที่มีน้ำใจเอื้ออารีต่อกัน

 


 

รักในความเป็นชาติไทย

 

รักในหลวง

 


 

นายสามนิ้วก็ถามขึ้นว่า แล้วรักเขาไหมที่เขาคิดอย่างนี้ ไม่ยืนตรงเคารพชาติเคารพใคร เพราะเขาก็เป็นคนไทย เกิดและโตในเมืองไทย ดำเนินชีวิตแบบไทยๆ เรียนและโตมากับมหาวิทยาลัยไทย

 


 

ผมบอก ทั้งรักทั้งเกลียด

 


 

ประชาธิปไตยต้องทำให้คนมีความเท่าเทียมกัน นายสามนิ้วว่า พร้อมชูสามนิ้วเป็นเครื่องหมายของประชาธิปไตย อันประกอบด้วยเสรีภาพ เสมอภาพ และภราดรภาพ

 


 

ผมคิด มันมีจริงหรือในมวลหมู่มนุษย์ที่จะทุกคนมีเสรีภาพ เสมอภาพ และภราดรภาพเท่าเทียมกัน เท่ากัน เพราะมนุษย์เต็มไปด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง ความเห็นแก่ตัว แก่งแย่งเอาเปรียบ แม้ในโลกประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกา ผู้คนก็ยังแก่งแย่งเอาเปรียบฆ่าฟันกันตายกัน นั่นไม่ใช่เพราะหลักคิดประชาธิปไตยจะทำให้คนเท่าเทียมกันได้ เพราะหลักเสรีภาพ เสมอภาพ และภราดรภาพไม่ได้ขัดเกลาหรือทำให้อยู่กับกิเลสโดยรู้เท่าทัน ถึงแม้ในระบอบการปกครองสังคมนิยม ก็ไม่เกี่ยวกันกับเรื่องการขัดเกลากิเลสมนุษย์ ซ้ำทั้งสองระบอบก็ยังชูกิเลสเป็นใหญ่ งั้นแล้ว ระบอบการปกครองแบบไหน ก็ชู ๓ นิ้วได้เช่นกัน คือ โลภ โกรธ หลง อย่างว่าแหละ แม้แต่นิ้วทั้ง ๓ ที่นายสามนิ้วยกชูขึ้น ก็ยาวไม่เท่ากันสักนิ้ว