ผมจำได้เมื่อตอนยังเด็ก พอพระราหูเคลื่อนตัวขยับปากกลืนกินพระอาทิตย์ แดดที่แผดเผาอยู่เปรี้ยงๆ ก็มืดดำค่ำลง นกน้อยตกใจร้องหาแม่ ตีปีกอ้าปากขออาหารเพราะนึกว่าเย็นย่ำค่ำลง เสียงตีเกราะเคาะปีปดังสนั่นหวั่นไหว ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนยิงขึ้นฟ้า เปรี้ยงๆ ไล่ราหูออกไปให้พ้น ผู้คนตะโกนโวกเวกโวยวายด่าทอขึ้นอีขึ้นไอ้ไล่ให้มันตกใจ จะได้คลายดวงอาทิตย์ออกมา โลกจะได้กลับเป็นปกติ บางคนถือเอาโอกาสอันมืดมิดผิดธรรมชาตินี้เป็นเหตุให้ไปตีเคาะต้นไม้ให้ออกดอกออกผล ทำให้ต้นไม้ตกใจ ลูกจะได้ดกดื่นชื่นใจ นานอยู่เหมือนกันที่พระราหูอมพระอาทิตย์ไว้ในปากก่อนจะปล่อยออกมา

 

เราจะเลือกแบบไหน

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

ชนบทประเทศ

โดย ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี

 


 

ผมจำได้เมื่อตอนยังเด็ก พอพระราหูเคลื่อนตัวขยับปากกลืนกินพระอาทิตย์ แดดที่แผดเผาอยู่เปรี้ยงๆ ก็มืดดำค่ำลง นกน้อยตกใจร้องหาแม่ ตีปีกอ้าปากขออาหารเพราะนึกว่าเย็นย่ำค่ำลง เสียงตีเกราะเคาะปีปดังสนั่นหวั่นไหว ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนยิงขึ้นฟ้า เปรี้ยงๆ ไล่ราหูออกไปให้พ้น ผู้คนตะโกนโวกเวกโวยวายด่าทอขึ้นอีขึ้นไอ้ไล่ให้มันตกใจ จะได้คลายดวงอาทิตย์ออกมา โลกจะได้กลับเป็นปกติ บางคนถือเอาโอกาสอันมืดมิดผิดธรรมชาตินี้เป็นเหตุให้ไปตีเคาะต้นไม้ให้ออกดอกออกผล ทำให้ต้นไม้ตกใจ ลูกจะได้ดกดื่นชื่นใจ นานอยู่เหมือนกันที่พระราหูอมพระอาทิตย์ไว้ในปากก่อนจะปล่อยออกมา

 


 

ราหูจึงเป็นสัญลักษณ์ของความผิดปกติในธรรมชาติ

 


 

แต่ทำไมที่หน้าบันวิหารของวัดหลายๆ วัด ทั้งในภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคเหนือ จึงเขียนหรือสลักหรือปั้นรูปราหูอมจันทร์ไว้

 


 

ราหูอมจันทร์นี้ กลุ่มชาวไต เช่นไตยวน ไตดำ ไตขาว ในเวียดนาม ไตเขิน ไตเมา ไตใหญ่ในพม่า ไตอาหม ไตท่าเก่ ในแคว้นอัสสัมของอินเดีย เรียกว่า กบกินเดือน เดือนคือจันทร์ กบคือราหู

 


 

ทำไม กบจึงกินเดือน ทำไมราหูจึงกินจันทร์

 


 

เขาเล่าไว้เป็นนิทานว่า เมื่อครั้งหนึ่ง มีพี่สาวกับน้องชายโกรธคนใช้ในบ้านว่าทำงานช้า จึงใช้ทัพพีตีหัวคนใช้ ครั้นตายไป พี่สาวไปเกิดเป็นพระจันทร์ น้องชายไปเกิดเป็นพระอาทิตย์ คนใช้ไปเกิดเป็นกบใหญ่ คอยใช้หัวแม่มือบังหน้าพระอาทิตย์และพระจันทร์ เป็นเหตุให้เกิดกบกินตะวัน กบกินเดือน

 


 

ทำไมต้องเป็นกบ

 


 

สำหรับชาวไตนั้น กบเป็นสัญลักษณ์หรือตัวแทนของอำนาจ มีรูปกบอยู่ทั่วไปบนหน้ากลองสำริดหรือที่เรียกว่ากลองมโหระทึก กลองสำริดนี้พวกเขาเอาไว้ตีไล่ผี หรือใช้ในพิธีกรรมความตาย ใช้เป็นสัญญาณการออกศึก ที่ต่างสะท้อนถึงพลังอำนาจของกลองสำริดได้เป็นอย่างนี้ เพราะกลองนี้มีรูปกบ เขาจึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากลองกบ

 


 

กบของชาวไตลื้อจึงเป็นเฉกเช่นเดียวกับมังกรของจีนหรือครุฑของไทย ที่เป็นสัตว์ทรงอำนาจ เป็นสัญลักษณ์ของผู้มีอำนาจ ย้อนไปไกลออกไปอีก บนผนังถ้ำที่ผู้คนก่อนประวัติศาสตร์เขียนภาพไว้ หนึ่งในภาพหลายๆ ภาพ คือ ภาพคนกางแขนกางขาทำท่ากบ ทำไมเขาเขียนภาพเช่นนั้น

 


 

เพราะเชื่อว่ากบเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ก็ทำไมจึงเชื่อเช่นนั้น ก็ปรากฏการณ์ในธรรมชาตินะซิ ที่ก่อนฝนจะตกก็ต้องมีเสียงกบร้อง กบร้องก่อนฝนตกเพราะร้องเรียกฝน อำนาจเสียงกบที่เซ็งแซ่ในท้องนากดข่มบังคับฝนให้ตกลงได้ กบของคนไตจึงเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติ

 


 

ด้วยเหตุนี้ กบจึงเป็นผู้กล้าในการต่อสู้กับพระอาทิตย์พระจันทร์ที่ครั้งหนึ่งในอดีตกาลคอยแต่จะรังแก ดังนั้นการตีเกราะเคาะไม้ในช่วงเวลาของกบกินเดือน จึงเป็นการส่งเสียงสนับสนุนในการเปิดศึกกับเดือน นอกจากนี้พอกบกินเดือนได้ คนก็เอาไม้ไปเคาะไปตีต้นไม้ เปิดยุ้งฉาง เปิดกระเป๋าสตางค์ เพื่อนำความอุดมสมบูรณ์ที่จะเกิดขึ้นเพราะกบไปสู่ต้นไม้ ยุ้งฉาง และกระเป๋าสตางค์ แล้วความเชื่อเรื่องกบกินเดือนนี้มันเปลี่ยนไปเมื่อไหร่

 


 

เมื่อชาวไตลื้อรับเอาความเชื่อของพระพุทธศาสนาเข้าไป

 


 

มีนิทานเรื่องราหูอมจันทร์ของชาวไตลื้ออีกสำนวน ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับนิทานไทยภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ มีเรื่องย่อดังนี้ มีพี่น้องสามคน ชื่อ ติ๊ด จั๋น และราหู แย่งอาหารกัน ราหูใช้ช้อนเคาะหัวติ๊ดกับจั๋น เมื่อตายไปจึงยังจองเวรกันอยู่ นานๆ ครั้งราหูจะกลืนพระอาทิตย์และพระจันทร์ นิทานสำนวนนี้เป็นสำนวนที่ได้รับอิทธิพลศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนาแล้ว เช่นเดียวกับที่ปรากฏในไตรภูมิพระร่วงของสุโขทัย ดังว่า ราหูมีความอิจฉาพระอาทิตย์และพระจันทร์มาก บางครั้งไปนั่งที่ขอบเขายุคันธรเพื่อเบียดเบียนเทพทั้งสอง ลางคาบก็อ้าปากออกเอาพระอาทิตย์พระจันทร์ไว้ในปาก ลางคาบก็เอานิ้วมือบังไว้ ลางคาบก็เอาไว้ใต้คาง ลางคาบก็เอาไว้ใต้รักแร้ เพื่อบดบังแสงของพระอาทิตย์พระจันทร์ เรื่องนี้นำมาซึ่งคติความเชื่อว่าการเกิดคราสจะนำมาซึ่งภัยพิบัติต่างๆ เพราะราหูเป็นอสูรส่วนพระอาทิตย์กับพระจันทร์เป็นเทพ ราหูเป็นมนทินอย่างหนึ่งในสี่ประการแก่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ทำให้ทอแสงได้ไม่เต็มที่ ยังความมืดมนแก่โลก เช่นเดียวกับเรื่องพระราหูในวัสสาสูตร ที่พระพุทธเจ้าตรัสถึงอุปสรรคแก่ฝน ๕ ประการ หนึ่งในนั้นคือราหู เพราะราหูจะกอบเอาน้ำฝนไปทิ้งมหาสมุทร และยังความแห้งแล้งให้แก่แผ่นดิน ดังนั้นการเกิดคราสหรือกบกินเดือนจึงเป็นสัญลักษณ์ของความเดือนร้อน ความขัดสน ความเป็นอัปมงคล

 


 

ชาวไตเมาและไตพ่าเก่ ที่อยู่ใกล้ชิดกับอินเดียก็มีคติความเชื่อว่าการเกิดคราสเป็นเหตุของความไม่ดี เช่น หากบ้านใดมีศพขณะเมื่อเกิดคราสก็ต้องนำไปเผาทันที หรือถ้ากบกินเดือนในวันอาทิตย์จะเกิดอุบาทว์แก่บ้านเมือง สัตว์สี่เท้าจะตาย เป็นต้น

 


 

แล้วเราจะเลือกเชื่อนิทานเรื่องไหน ว่ากบเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจที่กล้าหาญเข้มแข็งต่อสู้กับอำนาจที่ใหญ่กว่า หรือจะเลือกเชื่อว่ากบเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจที่ชั่วร้าย เป็นผู้ทำให้โลกใบนี้วิปริตผิดธรรมดา เพราะเราเชื่อแบบไหน เราจะอยู่ จะเป็น จะตายเช่นที่เราเชื่อ

 


 

เราเลือกที่เชื่อว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่มีพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง เราก็จะอยู่ จะเป็น จะตาย อย่างคนไทยที่ผ่านๆ มา อยู่อย่างมีวัฒนธรรมที่ดีงาม อยู่อย่างมีสัมมาคารวะ อยู่อย่างมีพ่อแม่ปู่ย่าตายาย อยู่อย่างนอบน้อม อยู่อย่างเราที่เคยอยู่ แต่แน่นอนการเป็นอยู่แบบไทยๆ ย่อมมีช่องว่างช่องโหว่ที่คนไม่ดีคอยจ้องจะเอาเปรียบทำร้ายทำลายลูกหลานเราได้ แต่ลูกหลานเราที่ถูกทำร้ายก็อยู่มาได้เพราะมีกำลังใจจากเครือญาติพี่น้องพ่อแม่

 


 

เราเลือกที่เชื่อว่าประชาธิปไตยแบบเสรีอย่างอเมริกาเป็นสิ่งที่ดี เราก็จะอยู่ จะเป็น จะตาย อย่างคนอเมริกัน ที่ผู้คนไม่เคยถอดเกือกเข้าบ้านเพราะทุกคนเท่าเทียมกัน