พอเพียง คือ ฉลาด








โลกนี้ไม่เท่าเทียมกัน และไม่มีวันเท่าเทียมกัน แม้จะพยายามเพียงแค่ไหน ปรารถนาอยากให้มีความเท่าเทียมกันแค่ไหน ยังไงๆ โลกก็ไม่เท่าเทียมกัน โลกนี้ไม่เท่าเทียมกัน เพราะมนุษย์ไม่มีพอเพียง ใช้ชีวิตเพลิดเพลินไปตามแรงแห่งความโลภ โกรธ หลง มนุษย์ไม่พอเพียง โลกนี้จึงไม่เพียงพอ

 

พอเพียง คือ ฉลาด

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

ชนบทประเทศ

โดย ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี

 


 

โลกนี้ไม่เท่าเทียมกัน และไม่มีวันเท่าเทียมกัน แม้จะพยายามเพียงแค่ไหน ปรารถนาอยากให้มีความเท่าเทียมกันแค่ไหน ยังไงๆ โลกก็ไม่เท่าเทียมกัน โลกนี้ไม่เท่าเทียมกัน เพราะมนุษย์ไม่มีพอเพียง ใช้ชีวิตเพลิดเพลินไปตามแรงแห่งความโลภ โกรธ หลง มนุษย์ไม่พอเพียง โลกนี้จึงไม่เพียงพอ

 


 

กิจชัยเกิดในครอบครัวชาวนา โอกาสที่จะได้เรียนหนังสือก็ไม่มี ตั้งแต่เด็กยันเป็นหนุ่ม เขาคลุกคลีอยู่แต่ท้องนา ไถดินหว่านข้าวเปลือกฉีดยาฆ่าหญ้าเลี้ยงดูต้นข้าวให้ออกรวงชูเมล็ดจนเก็บเกี่ยวได้ขาย เสื้อและกางเกงที่เปื้อนขี้โคลนขี้ดินก็เปื้อนอยู่อย่างนั้น แม้ซักแล้วก็เปื้อนใหม่ หมวกสานปีกกว้างก็ขาดก็หลุดไปหลายใบ เขาก็ยังต้องทำนา เขาเหนื่อยและหน่ายมาจนถึงวัยชรา ทุกข์และโศกเศร้ากับชีวิตที่ดำเนินไปในแต่ละวัน

 


 

กิจชัยมีลูก ก็ไม่อยากให้ลูกทำนา จึงส่งให้ไปเรียนหนังสือ หวังว่าจบมาแล้วก็จะได้มีงานมีการที่มีเงินเดือน ไม่ต้องทนกับแดดที่ร้อน ลมที่หนาว เผาซังข้าวแต่ละที หน้าดำผิวไหม้ไปหมด ใจหวิวๆ เหมือนจะเป็นลม ลูกเขาเรียนจนจบปริญญาตรี มีงานมีการทำอย่างที่พ่อมันตั้งใจ ได้ทำงานในบริษัทใหญ่ แต่ก็ยังมีหนี้ท่วมหัวเหมือนพ่อ จะว่าไปแล้ว หนี้มันยังท่วมหัวสูงกว่าพ่อมันเสียอีก เพราะมันเห็นว่ามันมีเงินเดือน ยืมมาได้ก็ยืมมาก่อน ยืมมาเรื่อยๆ เพราะมีเงินเดือนค้ำประกันอยู่ หนุนหลังให้พอมีเสียไปได้ทุกเดือน ไม่คล่องมือก็ยืมก่อน ง่าย แต่บ้านช่องมันก็ใหญ่โตกว่าของพ่อมัน แต่ที่ดินนะซิ มันไม่มีเอาเลย มีเพียงแค่รอบที่บ้านของมันเท่านั้น ปลูกมะม่วงสักต้นก็ยังไม่ได้เลย ซื้อบ้านไปแล้วก็หมดปัญหาหาเงินซื้อที่อื่นอีก

 


 

กิจชัยในวัยชรานั่งละห้อยคอยหาลูกชาย ยิ่งแก่ยิ่งเป็นทุกข์กับหนี้ของลูกชาย ลูกแกสบายแต่ภายนอก คือดูสบาย มีรถ มีบ้าน มีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหญ่ แต่ในใจเดือนร้อนฉิบหาย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะมายึดเอาบ้านเอารถไป เมียมันก็ท้องอีกแล้ว นี่ไม่กี่เดือนก็จะคลอด จะเอาเงินจากไหนส่งให้หลานมันได้เรียนหนอ

 


 

เขานั่งบนแคร่หน้าบ้าน มองไปทางผืนหน้าผืนใหญ่ที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่ปู่แต่ย่า ถามกับตัวเองว่า ทางไหนจึงจะดีกว่า ส่งเรียนแล้วยังมีหนี้ก้อนโตกลับมาให้พ่อทุกข์ใจ ทำไม

 


 

แกอยู่อย่างนี้ก็พออยู่ได้ ไม่ทุกข์มาก ทำไปกินไป แต่มันก็ยังทุกข์อยู่ ทำไม

 


 

แกชั่งน้ำหนักความทุกข์แล้ว ก็เข้าข้างตนเอง ว่าตนทุกข์น้อยกว่าลูกชายเป็นแน่แท้

 


 

ทำไม ในหัวแกมีแต่คำนี้

ทำไม การศึกษาจึงทำให้พ้นจากความทุกข์ไปไม่ได้

 


 

แกก็ออกจะสงสัยอยู่เหมือนกันว่า แกคิดผิดหรือเปล่าที่ส่งลูกไปเรียนสูงๆ ที่ดินที่สูญเสียไปเพราะไปแลกเป็นค่าเทอมค่าใช้ชีวิตในเมืองหลวงของลูก ก็คงหายเปล่า มันคุ้มกันไหมนี่

 


 

ทำไม ลูกแก (และแก) ยังทุกข์อยู่

 


 

ชัยวัฒน์เกิดในครอบครัวค้าขาย พ่อแม่ร่ำรวย เขามีโอกาสเข้าสู่วงการธุรกิจตั้งแต่เรียนจบ ทำกำไรให้กับธุรกิจของครอบครัวหลายล้านบาท แต่เขาก็ไม่พอใจที่จะอยู่อย่างนี้ เขาว่ามันไม่ยุติธรรมที่บางครั้งธุรกิจเขาต้องสะดุดเพราะนโยบายการเมืองบางอย่าง หากเขามีเส้นสายทางการเมืองบ้าง ธุรกิจเขาคงไปได้อย่างราบรื่นชื่นใจ เขาจึงสละตัวสละตนลงมาเล่นการเมือง ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเป็นลูกคนโต มีภารกิจที่จะสืบทอดกิจการพันล้านของครอบครัวต่อไป เขาจึงต้องหาทาง

 


 

ทางที่หา ก็คงมีเพียงทางการเมืองเท่านั้น ที่จะทำให้ธุรกิจเขาเติบโตต่อไป เพราะชีวิตเขาไม่ต้องมาเดือนร้อนเรื่องผ่อนบ้านผ่อนรถ เรื่องไม่มีกินไม่มีที่นอน แต่เขาก็ทุกข์กับเรื่องความฝันของเขา ที่อยากไปเป็นคนยิ่งใหญ่ ไม่พอใจกับสิ่งที่ตนมีอยู่

 


 

ชีวิตของกิจชัยกับชัยวัฒน์ไม่เท่ากันตั้งแต่เกิด ทำยังไงก็ไม่เท่ากัน เพราะโอกาสไม่เท่ากันตั้งแต่เกิด

 


 

มีสิ่งเดียวที่ทั้งสองมีเท่ากัน คือ ความทุกข์ แม้ทุกข์คนเรื่อง คนละระดับ แต่ขึ้นชื่อว่าทุกข์แล้ว ก็ทำให้หน้าดำ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ผอมโซ นกเขาไม่ขันได้เหมือนกัน

 


 

แล้วทำยังไงละ จะให้กิจชัยมีชีวิตเหมือนชัยวัฒน์ก็ยากเสียแล้ว ทางออกทางเดียวที่พอเห็นอยู่และเป็นจริงได้ คือ ต้องพอเพียง เพียงพอกับชีวิตที่เป็นอยู่ของตน รู้จักพอกับการใช้ชีวิต เพราะตายไปก็ไม่สามารถเอาที่นาบ้านช่องห้องหับเมียรักนกเขาในกรงไปได้ เพียงพอกับอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ ตามแรงของความโลภ ความโกรธ ความหลง อ๋อ แน่ละที่เขาต้องการมีเงินมีทองจากการทำนาจึงลงมือทำนาคราวละ ๒๐ ไร่ หวังว่าเกี่ยวข้าวก็จะปลดหนี้ปลดสินได้ แต่ที่ไหนได้ เขาทำอยู่อย่างนี้มา ๒๐ ปี ก็ไม่เคยรวย นั่นก็เพราะเขาไม่เคยพอใจ ไม่รู้จักพอเพียง ทำเพื่อขาย เพื่อหากำไร ขายแล้วเอาเงินมาซื้อความสิ่งของตามที่กิเลสมันกระซิบกระซาบในคืนเดือนเพ็ญ อยากได้รถไถคันใหม่บ้างละ อยากได้ที่นาเพิ่มบ้างละ อยากได้เมียสาวบ้างละ มันไม่เคยพอ

 


 

ทางออกของชัยวัฒน์ก็ไม่ใช้การได้เป็นใหญ่เป็นโต มีอำนาจพอที่จะแก้กฎหมายให้เอื้อประโยชน์กับธุรกิจพันล้านของครอบครัวตน แต่คงเป็นความรู้จักพอเช่นกัน เพราะตายไปก็ไม่สามารถเอาชื่อเสียง อำนาจ เงินทอง บ้านร้อนล้าน รถร้อยคัน หรือเมียอีกห้าคนตามลงไปได้ด้วย

 


 

เมื่อตอนอยู่ยังไม่เป็นสุขถึงขนาดนี้ ตายไปจะเป็นสุขได้อย่างไร

 


 

รีบอยู่แบบให้พ้นทุกข์เสียตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นี้เถิด เรียกว่าเป็นสุขเสียก่อนตาย

 


 

ด้วยเหตุนี้ การรู้จักพอ จึงเป็นความฉลาดในการใช้ชีวิตของมนุษย์ ที่ไม่ต้องแล่นไปตามแรงของกิเลส ทุกข์ใจไปเปล่าๆ