ฉันจ้องมองความตาย





ความตายเพิ่งผ่านหน้าฉันไปไม่นาน มันโบยบินออกจากร่างไอ้เสือ แมวชราที่อยู่กับฉันมากว่า ๑๐ ปี กลิ่นความตายยังติดอยู่ในซอกเล็บของฉัน ล้างอย่างไรก็ได้แค่บรรเทาแต่ยังไม่หาย กลิ่นคลื่นเหี้ยนและฉุนจมูกอ่อนๆ ยังลอยอบอวนอยู่ในห้อง และรอบเก้าอี้บุหนังสีน้ำตาลที่ฉันนั่งอุ้มร่างมัน

 

ฉันจ้องมองความตาย

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

ชนบทประเทศ

โดย ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี

 


 

ความตายเพิ่งผ่านหน้าฉันไปไม่นาน มันโบยบินออกจากร่างไอ้เสือ แมวชราที่อยู่กับฉันมากว่า ๑๐ ปี กลิ่นความตายยังติดอยู่ในซอกเล็บของฉัน ล้างอย่างไรก็ได้แค่บรรเทาแต่ยังไม่หาย กลิ่นคลื่นเหี้ยนและฉุนจมูกอ่อนๆ ยังลอยอบอวนอยู่ในห้อง และรอบเก้าอี้บุหนังสีน้ำตาลที่ฉันนั่งอุ้มร่างมัน

 


 

มันเริ่มผ่ายผอมลงเพราะกินอาหารไม่ได้ แรกๆ เมื่อมันไม่ยอมกินอาหารเม็ด ก็ให้อาหารเปียก ตอนนั้นยังคุยกับภรรยาว่าเพราะฟันมันคงไม่ดี ก็เขี้ยวหน้าบนข้างขวามันหักไปแล้วนี่ เมื่อมันไม่ยอมกินอาหารเปียก ก็หาปลาตัวเล็กๆ ที่มันชอบให้กิน กินอยู่ไม่กี่อาทิตย์ก็เลิกกิน กินแต่น้ำ พักหลังน้ำก็ไม่ยอมกิน ภรรยาผมต้องใส่สลิงฉีดน้ำฉีดข้าวให้กิน แต่นานวันเข้า ฉีดไปได้นิดเดียวมันก็บ้วนทิ้งทางมุมปาก เมื่อไม่กินอะไร เรี่ยวแรงก็ลดน้อยถอยลง ร่างกายมันเริ่มผ่ายผอมอย่างเห็นได้ชัด พุงที่เคยหย่อยยานและตึงแน่นก็แฟบแนบติดกับลำตัว เหมือนลูกโป่งที่ลมรั่วออกเกือบหมด เริ่มมองเห็นกระดูกสันหลังที่เรียงกันไปตามแนวสันหลัง คดโค้ง เก้ๆกังๆ เดินไปไหนก็เก้ๆกังๆ ขนที่เคยเรียบงามก็ยุ่งเหยิง ชี้โด่ชี้เด่ สาก และหลุดง่าย เมื่อร่างกายซูบลงก็ดูเหมือนหัวมันจะโตขึ้นโดยอัตโนมัติ มันเศร้าโศกและทรมาน หลังๆ มันถ่ายเป็นก้อนดำ ไม่แข็งมาก แต่ไม่นุ่มเลย ฉี่ก็ฉี่น้อยลง จนวันที่มันฉี่เป็นฟอง ภรรยาฉันก็เอามันไปหาหมอ นั่นเป็นเวลาเพียงสิบกว่าวันตั้งแต่มันเริ่มป่วย หมอตรวจเลือดแล้วบอกว่าเป็นไต

 


 

ไตวายเหมือนพ่อฉัน
นอกจากไต ยังมีโรคกระเพาะ และปอดอาจรั่วก็ได้ หมอสันนิษฐานหลังคลำท้องมันไปมา

 


 

ทางโรงพยาบาลรักษาโดยให้น้ำเกลือเข้าเส้นเลือด และให้กินยา รักษาตามอาการอยู่ห้าหกวัน ดูมันมีเรี่ยวแรงขึ้น ร้องโวยวายและตะกุยจะเปิดกรงในตอนกลางวัน ก็อยู่กับฉัน มันไม่เคยถูกขังเลย ฉันปล่อยมันให้ไปตามใจ มันกิน มันนอน มันขึ้นต้นไม้ ขึ้นหลังคา นอนตากแดดบนชานเล็กๆ ทางทิศตะวันออกที่ยื่นออกมาจากตัวยุ้งข้าว เพื่อรับแดดในตอนเช้า สายๆ มันก็ขึ้นไปอยู่บนหลังคากับแมวรุ่นหลานชื่อบุญเติม มันนอน มันหลับ มันละเมอ มันขูดเล็บกับต้นกาสะลอง ตกกลางคืนโน่นแหละ มันถึงจะเข้ามาหาฉันในห้องทั้งสองตัว

 


 

ในยามที่ฉันจากมันไปนานเป็นอาทิตย์ กลับมามันก็จะขึ้นมานอนบนตัว เอียงคอ ให้ฉันลูบหัวลูบตัว ภรรยาว่ามันอ้อน มันคิดถึง เหมือนตอนที่ฉันเอามันกลับมาจากร้านหมอ หลังขังมันไว้เกือบอาทิตย์ คืนนั้นมันปืนขึ้นมานอนบนตัวฉัน ถูหัวกับอกไปมา ค่อยๆ เลื่อนตัวเข้ามา พยายามจะเลียฉัน ฉันจึงยกมันลงไปอีกหน่อย ลูบหัวลูบตัวมันให้มันดีใจ ไม่นานมันก็นอนขดตัวซุกหน้าเอาไว้กับขาหน้าบนอกฉัน ตอนจะเอากลับมาบ้าน หมอบอกเป็นนัยๆ ว่า โรคไตของมันไม่หายขาด มันดีขึ้น แต่ไม่หายขาด เพราะไตมันวายเรื้อร้ง

 


 

มาอยู่บ้าน ฉันป้อนอาหารที่เหมาะกับโรคไต ฉีดน้ำให้มัน เป็นอยู่อย่างนี้ได้เกือบเดือน แต่ในที่สุดร่างกายมันก็ทรุดลงอีก มันปฏิเสธอาหารและน้ำ เอาแต่นอน คราวนี้ฉันต้องขังมันไว้ในห้องนอน เพราะกลัวมันเดินไปเจอกับแมวอื่น ก็มันจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนสู้เขาได้ ข้าวก็ไม่กินน้ำก็ไม่กิน มันผอมลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งวันหนึ่งมันก็อ้วกอาหารออกมา เหมือนร่างกายมันไม่ยอมรับแล้ว และมันก็อ้วกเอาน้ำออกมา เหมือนร่างกายมันไม่ไหวแล้ว ร่างกายมันส่งกลิ่นความตายออกมาบ้างแล้ว แต่มันก็ยังพยายามตะเกียกตะกายตัวขึ้นมานอนบนอกฉัน ฉันก็ลูบหัวลูบตัว ปลอบโยนมันอยู่ทุกคืน กลิ่นเหม็นและฉุนจากปากของมันก็แรงขึ้นๆ ทุกวัน

 


 

ฉันว่ามันคงเจ็บอยู่ข้างในมาก ทุรนทุรายอยู่ข้างใน จึงได้ร้องออกมา เสียงที่ออกจากลำคอแหบพล่าเหมือนเสียงคนที่พยายามจะคายเอาของเสียในท้องออก โหยและเสียดแทงเข้าไปข้างในใจฉัน มันจะร้องขึ้นเมื่อไม่เห็นฉัน พอได้รู้ว่าอยู่กับฉัน มันก็เงียบและหลับ พอตื่นขึ้นมามันก็ร้องอีก ฉันก็รีบวิ่งมาดูที่ห้อง นอนกับมันสักพักหนึ่งจนมันหลับไป ฉันก็ลงไปทำงานของฉัน แล้วไม่นานมันก็ร้องขึ้นอีก จนคืนก่อนมันจะจากมัน มันตะกุยมุ้งลวดให้ฉันเปิดห้องให้ เปิดแล้วมันก็เดินกระหย่องกระเหย่งลงไปห้องน้ำ ฉันตามมันลงไป เอาน้ำใส่ขัน มันได้แต่มองดู ฉันจึงเอาน้ำลูบหน้าลูบปากมันเลีย มันก็โซเซไปซุกอยู่ในซอกระหว่างโถส้วมกับผนัง นั่งยองๆ ด้วยเท้าทั้งสี่ นั่งอยู่อย่างนั้น และก็ร้องอยู่อย่างนั้น เป็นระยะๆ ทั้งคืน

 


 

 


 

อีกวันมันร้องมากขึ้น คือร้องทั้งกลางวัน และกลางคืน
ร้องเป็นระยะๆ ไม่ได้ร้องตลอดวัน
กลิ่นปากก็แรงขึ้นมาก
ตอนนี้มันไม่ขึ้นมานอนบนอกฉันแล้ว แต่หลบไปนอนใต้เตียง อ่อนเปลี้ยเพลียแรง

 


 

จนสายของอีกวัน จู่ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงมันร้องดังออกจากห้อง ฉันจึงรีบวิ่งขึ้นมาดู อุ้มมันออกจากใต้ตู้เสื้อผ้ามานอนบนตัก เห็นขาหลังมันเปียกก็มองดูพื้นที่มันนอน เห็นน้ำนองอยู่ จึงเอาผ้าห่มที่มันกับฉันห่มทุกคืนมารองตัวมัน เช็ดตัวให้มัน มันเงียบลงสัก ฉันมองตามันแต่ถึงเวลานี้ ฉันไม่เห็นแววตาของมันแล้ว สีขุ่นเริ่มเข้าจับที่ดวงตาขาวของมัน

 


 

มันหายใจแรงขึ้น มีอาการกระตุกตัวบ้างเป็นบางที สะดุ้งเบาๆ ฉันอุ้มมันออกมานอนห้องมานั่งบนเก้าอี้นวมบุหนังสีน้ำตาลนอกห้อง มันเริ่มหายใจติดขัด กระตุกตัวบ่อยขึ้น ฉันลูบหัวเกาคางมัน มือหนึ่งก็เอื้อมไปเปิดหน้าต่าง แต่ประตูที่อยู่ไกลออกไปนั้น ฉันเปิดไม่ได้ เพราะไม่กล้าลุกขึ้นไป มันหยุดร้องไปสักพัก คอตก หายใจทางปาก กลิ่นที่ฉุนและเหม็นระบายออกมาอย่างต่อเนื่อง มันพยายามยกคอขึ้นเพื่อหายใจ ฉันจึงเอาแขนรองหัวมันให้สูงขึ้น ฉันไม่รู้ว่ามันมองมาที่ฉันหรือเปล่า เพราะมันไม่มีแววตาแล้ว

 


 

ตอนนี้แหละที่ฉันตัดสินใจโทรหาภรรยา
“อยู่ไหน”
“อยู่บ้าน”
“เปิดวิดีโอคอลซิ”
เสียงปลายสายเงียบไปสักอึดใจ ตามด้วยเสียงตื่นตระหนก “ไอ้เสือเป็นยังไงแล้ว” เธอร่ำไห้

 


 

ภาพจากมือถือของฉันถูกส่งผ่านไปให้เธอ น้ำเสียงที่สั่นพร่าและสะอึกสะอื้น พยายามบอกให้เสือไปดี “เสือไปได้แล้ว ไม่ต้องทรมานแล้ว ไม่ต้องทรมานอีกต่อไป” ร่างไอ้เสือกระตุกถี่ขึ้น และแรงขึ้น ตอนนี้ที่มันหายใจทางปากก็เริ่มหายใจไม่ได้ เป็นเพียงแต่พยายามสูดลมเข้าได้ที่ละน้อย แล้วจู่ๆ ร่างมันก็กระตุกอย่างแรง ขาหลังมันยืดออกมา ขาหน้าเกร็ง จนฉันต้องจับขาหลังมันไว้ โอบกอดมัน แล้วมันก็เงียบไปสักพัก ก่อนพยายามอ้าปากสูดเอาอากาศเข้าไปอีกครั้ง เสียงภรรยาผมบอกอโหสิกรรม และขอให้มันอโหสิกรรมให้ เธอร้องไห้ฟูมฟาย ไม่นานคอมันก็ตกลง
น้ำตาที่ฉันกลั้นไว้ก็โถมลงมา

 


 

ฉันห่อศพมันด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวของฉัน เอาผ้าปูที่นอนที่มันกับฉันนอนด้วยกันห่อมันอีกชั้นหนึ่ง ใส่ถุงดำ ก่อนฝังมันไว้ใกล้ๆ กับแมวรุ่นก่อนๆ ความตายเพิ่งผ่านหน้าฉันไปไม่นาน มันโบยบินออกจากร่างไอ้เสือ แมวชราที่อยู่กับฉันมากว่า ๑๐ ปี กลิ่นความตายยังติดอยู่ในซอกเล็บของฉัน ล้างอย่างไรก็ได้แค่บรรเทาแต่ยังไม่หาย กลิ่นคลื่นเหี้ยนและฉุนจมูกอ่อนๆ ยังลอยอบอวนอยู่ในห้อง และรอบเก้าอี้บุหนังสีน้ำตาลที่ฉันนั่งอุ้มร่างมัน