อดใจรออีกนิด

อย่าเพิ่งให้ใครหลอก

วีซ่าการเกษตรใกล้จะเป็นจริง

รมต.ย้ำปลายกันยาฯ รู้กัน







กระแสเรื่องของวีซ่าการเกษตรหรือที่มีชื่อเรียกกันย่อๆในขณะนี้ว่า Ag Visa ได้กลับมาอยู่ในความสนใจอย่างยิ่งยวดกันอีกครั้ง หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร David Littleproud รัฐบาลกลางได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะผลักดันให้ Visa ตัวนี้เกิดขึ้นได้แน่นอน

 

Agriculture Visa

อดใจรออีกนิด

อย่าเพิ่งให้ใครหลอก

วีซ่าการเกษตรใกล้จะเป็นจริง

รมต.ย้ำปลายกันยาฯ รู้กัน

 

อ่านข้อมูลทั้งฉบับได้ที่นี่

 

Cover Story

 


 

กระแสเรื่องของวีซ่าการเกษตรหรือที่มีชื่อเรียกกันย่อๆในขณะนี้ว่า Ag Visa ได้กลับมาอยู่ในความสนใจอย่างยิ่งยวดกันอีกครั้ง หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร David Littleproud รัฐบาลกลางได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะผลักดันให้ Visa ตัวนี้เกิดขึ้นได้แน่นอน

 


 

นาย David คาดการณ์ว่าน่าจะเสร็จทันภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ (บางกระแสข่าวบอกว่าจะทำให้เสร็จทันภายในวันที่ 21 กันยายนด้วยซ้ำ...ที่มาสำนักข่าว sbs) เพื่อให้ทันฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

 


 

โดยที่ยังไม่ได้ให้ความกระจ่างเรื่องของรายละเอียดของ Visa ตัวนี้ว่าประเทศที่จะมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการวีซ่านี้คือประเทศไหนบ้าง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า ประเทศที่อยู่ในข่ายว่าจะได้รับการอนุญาตก็คือ ผู้ที่ถือพาสปอร์ตของสหราชอาณาจักรและรวมถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย

 


 

 


 

โดยสำนักข่าวออนไลน์ ABC ได้มีการรายงานไปเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมาโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตร David Littleproud ได้เป็นคนให้ข้อมูลว่า เขามั่นใจว่าจะผลักดันวีซ่าตัวนี้ออกมาได้ทันแน่นอนภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ แม้ว่าในตอนนำเสนอการพิจารณาภายในพรรคร่วมรัฐบาลจะมีนักการเมืองบางกลุ่มไม่เห็นชอบด้วยก็ตาม

 


 

แต่สุดท้ายก็สามารถจะผ่านมติออกมาได้โดยการผลักดันของ 4 จตุรเทพนี้ คือ นาย Barnaby Joyce รองนายกรัฐมนตรี, นาย David Littleproud รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร, นาง Marise Payne รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและนาย Alex Hawke รัฐมนตรีกระทรวงการเข้าเมือง

 


 

 


 

ซึ่ง Visa ตัวนี้ไม่ได้อนุญาตให้เฉพาะเข้ามาทำงานตามฟาร์มเท่านั้นแต่รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับ ป่าไม้ ปศุสัตว์ และประมงอีกด้วย ที่สำคัญวีซ่าตัวนี้ยังมีสิทธิ์ยื่นขอวีซ่าถาวรได้ในอนาคตด้วย หากทำตามเงื่อนไขที่จะวางเอาไว้ แต่รายละเอียดที่ชัดเจนยังไม่มีการประกาศออกมา

 


 

ทางด้านในนายกรัฐมนตรี Scott Morrison ก็เคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้เมื่อครั้งรับปากกับทางสหพันธ์เกษตรกรแห่งชาติว่า เขาพร้อมจะสนับสนุนวีซ่าการเกษตรแน่นอน แม้ว่าจะมีคนในรัฐบาลส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยก็ตาม เพราะกลัวว่าการรับแรงงานจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจจะมีผลกระทบต่อโครงการรับแรงงานจากประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกจากโครงการวีซ่าแรงงานแปซิฟิก (Pacific Labour Scheme) ที่มีอยู่แล้วก็เป็นได้

 


 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรได้ย้ำว่าเขาเห็นตรงกันข้ามกับคนที่ต่อต้านโครงการนี้ในซีกรัฐบาลเพราะเขาเชื่อว่าโครงการวีซ่าการเกษตรที่เปิดโอกาสให้มีแรงงานมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะเป็นการเสริมการรับแรงงานมาจากประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกด้วยซ้ำไป ทั้งนี้เพราะแรงงานทางด้านการเกษตรยังขาดแคลนอยู่จะเป็นจำนวนมากอาจจะร่วม 3 หมื่นคนเลยทีเดียว

 


 

 


 

สำหรับความเป็นไปได้ของโครงการวีซ่าตัวนี้ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ยังคงไม่ชัดเจนเพราะเนื่องจากว่าตัวนโยบายและเงื่อนไขของการเดินทางเข้าประเทศยังขัดแย้งกับนโยบายปิดประเทศเนื่องจากการแพร่กระจายของไวรัสโควิด 19 ซึ่งแนวโน้มการเปิดประเทศในเร็วๆนี้ยังไม่น่าจะเป็นไปได้

 


 

แต่แน่นอนหากถึงวันนั้น ผู้ที่ได้วีซ่าก็ต้องกักตัว 14 วันเมื่อเดินทางเข้ามาถึงออสเตรเลียตามข้อจำกัดเรื่องของการระบาดของโควิดแน่นอน

 


 

 


 

เพราะฉะนั้นย้ำกันอีกครั้งว่า ณ เดือนสิงหาคมนี้ วีซ่าตัวนี้ยังเป็นแค่โครงการ ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่า -เงื่อนไขการยื่นขอวีซ่าเป็นอย่างไรบ้าง -ผู้ยื่นขอต้องมีคุณสมบัติยังไงบ้าง -ค่าใช้จ่ายในการยื่นขอวีซ่าเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ -จะมีโอกาสเดินทางเข้ามาทำงานจริงเมื่อไหร่

 


 

ทั้งหมดนี้ยังไม่มีรายละเอียดอะไรทั้งสิ้น หากมีบริษัทเอเย่นไหน ที่ฉวยโอกาสรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการนี้ โดยเรียกเก็บเงินทันที แสดงว่าคุณกำลังถูกหลอกแน่นอน เพราะถึงตอนนี้ยังไม่มีใครทราบรายละเอียดอะไรทั้งสิ้นเลย ขอให้อดใจรอไว้ก่อนหากเป็นอย่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรประกาศให้สัมภาษณ์ทางสำนักข่าว ABC จริงๆ ก่อนสิ้นเดือนกันยายนก็น่าจะมีรายละเอียดออกมาแน่นอน